กรมวิทย์ฯ พบ BA.4/BA.5 เพิ่มขึ้น แพร่เร็วกว่าแต่ความรุนแรงยังไม่ชัด
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เผยข้อมูลการแพร่ระบาดของ BA.4 และ BA.5 พบค่อยๆ เพิ่มมากขึ้น แต่ความรุนแรงยังไม่ชัด
นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์ BA.4 และ BA.5 จากการเฝ้าระวังโอมิครอนสายพันธุ์ต่างๆ ช่วงวันที่ 2-8 ก.ค.2565 ตรวจกลุ่มตัวอย่าง 570 ราย พบเป็น BA.1 จำนวน 5 ราย BA.2 จำนวน 283 ราย และสายพันธุ์ย่อย BA.4 และBA.5 รวมกัน 280 ราย มีไม่ชัดเจนอยู่ 2 รายโดยแบ่งเป็นกลุ่มผู้เดินทางเข้าราชอาณาจักร จำนวน 37 ราย กลุ่มอื่นๆ ภายในประเทศ จำนวน 533 รายโดยการติดเชื้อในประเทศแบ่งออกเป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร และภูมิภาค
ข้อมูลจนถึงเดือนพ.ค. 2565 พบว่า ใน 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่ที่พบ BA.4/BA.5 มากที่สุด
จึงพบว่าสายพันธุ์ BA.4/BA.5 จะเริ่มแซงสายพันธุ์ BA.2 และ BA.1 แต่ไม่ได้แซงเร็วมากนัก กทม.เริ่มพบสายพันธุ์ BA.4/BA.5 ขึ้นเรื่อยๆ จาก 12.7% ขึ้นเป็น 50.8% 68% และมาถึง 72.3% ส่วนภูมิภาคก็เช่นกัน เริ่มตั้งแต่ 6.5% ขึ้นเป็น 17.4% และมาถึง34.7%
ส่วนความรุนแรงจากการตรวจสอบตัวอย่างเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดพบว่า BA.4 และ BA.5 น่ามีความรุนแรงมากกว่า BA.2 ปกติ จริงๆ ความรุนแรงเราต้องได้ข้อมูลอื่นๆ อย่างปอดอักเสบ ใส่ท่อช่วยหายใจ เป็นต้น ขณะนี้ได้ขอความร่วมมือทุกพื้นที่ในการส่งตัวอย่างเพิ่มเติม
ด้านภาพรวมการระบาดในโลก BA.5 เพิ่มขึ้นเป็น 52% ส่วน BA.4 เพิ่มขึ้นเป็น12% หมายความว่า หาก BA.4 และ BA.5 อาจแพร่เร็วไม่เท่ากัน โดย BA.5 เร็วขึ้น แต่ BA.4 ยังทรงๆ ส่วนข้อมูลจาก WHO ความรุนแรงไม่ได้แตกต่างมากนัก แต่มีการแพร่เร็ว ส่วนมีผลต่อการหลบภูมิคุ้มกันหรือไม่พบว่าลดลง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลยังไม่เยอะมาก ซึ่งก็คล้ายประเทศไทย ซึ่งยังต้องติดตามต่อไป
กรมควบคุมโรครายงานยอด ATK สะสมรายสัปดาห์ เฉียด 1.5 แสน
เตือน! อย่าเชื่อโฆษณาผลิตภัณฑ์รักษารากผม ตัดต่อภาพผู้บริหารสธ.
ขณะที่งานวิจัยญี่ปุ่นจากห้องทดลอง พบว่า
- การกลายพันธุ์ของ BA.4 และ BA.5 ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการเพิ่มจำนวนของไวรัส
- ดื้อต่อภูมิคุ้มกันจากการติดเชื้อ คือใครที่เคยติด BA.1 และ BA.2 สามารถติด BA.4 และ BA.5 ได้
- BA.2.12.1 และ BA.4/BA.5 มีประสิทธิภาพในการกระจายในเซลปอดของมนุษยืมากกว่า BA.2
- ผลการทดลองในหนูทดลอง พบว่า BA.4 และ BA.5 ทำให้หนูทพลองป่วยหนักกว่า BA.2
ทั้งนี้ สัปดาห์หน้าจะนำข้อมูลเกี่ยวกับการทดสอบ BA.4 และ BA.5 ว่าทำให้ภูมิคุ้มกันมันลดน้อยถอยลงหรือไม่อย่างไร