สถานการณ์โควิด-19 กลับมาตึงเครียด ไม่มีที่รักษา
การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ดูเหมือนว่า สถานการณ์เริ่มกลับมาวนซ้ำรอยเดิม หลังพบผู้ป่วยบางคนที่มีอาการหนักเข้าไม่ถึงการรักษา แม้ไปหาหมอโรงพยาบาลตามสิทธิ แทนที่หมอจะประเมินให้นอนโรงพยาบาล กลับแจ้งว่า เตียงเต็ม ให้แค่ยาสามัญประจำบ้านมากิน จนอาการแย่ลงนอนหอบเหนื่อย ไม่มีแรง
การช่วยเหลือหญิงอายุ 36 ปี ผู้ป่วยโควิด-19 รักษาอยู่ภายในหมู่บ้านเอื้ออาทร เขตสายไหม ของทีมงานสายไหมต้องรอด ที่พยายามจะเรียกผู้ป่วยคนนี้ ที่นอนหายใจรวยริน ไม่มีแรง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ โดยผู้ป่วยคนนี้ติดโควิดมาแล้ว 4 วัน สามีพาไปโรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลปฏิเสธ อ้างว่า เตียงเต็ม ให้แค่ยาพาราเซตามอลมากิน และให้กลับไปรอที่บ้าน แล้วจะแจ้งกลับไป แต่ไม่ติดต่อกลับ จึงพยายามติดต่อไปโรงพยาบาลอื่นๆ ก็ได้รับการปฏิเสธหมด
สามีผู้ป่วยเล่าว่า ภรรยามีโรคประจำตัวเป็นโรคปอดอยู่แล้ว จึงเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบ อาเจียนทั้งวัน ไม่มีแรงจะลุกขึ้นนั่ง จึงทนไม่ไหวอุ้มภรรยา ขับรถพาไปที่โรงพยาบาลนครนายก ก็ถูกปฏิเสธ ให้ยากลับมากินเหมือนเดิม แต่รอบนี้จ่ายยาฟาวิพิราเวียร์กลับมากินที่บ้าน ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกสิ้นหวังกับระบบการรักษามาก
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งกลุ่มสายไหมต้องรอด ระบุว่า กรณีของผู้ป่วยคนนี้เป็นเพียงแค่ 1 ตัวอย่าง ที่สะท้อนให้เห็นสถานการณ์โควิด-19 ที่พอรู้ว่าติดเชื้อ เมื่อไปโรงพยาบาล ก็ได้แค่ยามากิน ทั้งที่ผู้ป่วยคนนี้ ควรได้รับการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ให้ด้วยซ้ำ เพราะมีความเสี่ยงเป็นโรคเกี่ยวกับปอด แต่โรงพยาบาลกลับแจ้งว่า ยาหมด พออาการแย่ลง ก็ให้การรักษาในโรงพยาบาลไม่ได้ อ้างว่า เตียงเต็ม
โดยสถานการณ์ที่ผู้ป่วยเริ่มเพิ่มขึ้น เตียงเริ่มตึง นายเอกภพ บอกว่า จับสัญญาณได้ตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เพราะแต่ละวันมีผู้ป่วยที่เข้าไม่ถึงระบบรักษา ไม่รู้จะต้องทำยังไงเหมือนผู้ป่วยเคสดังกล่าว เข้ามาขอความช่วยเหลือผ่านเพจวันละ 300 – 400 คน หรือ บางวันที่พีคสูงถึงวันละ 1,000 คน ก็มี ซึ่งส่วนตัวก็เชื่อว่า ตอนนี้ผู้ป่วยน่าจะติดเชื้อวันละแสนคนไปแล้ว มากกว่าตัวเลขที่กระทรวงสาธารณสุขแจ้ง ซึ่งเป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ตัวเลขจะสูงขึ้นอย่างไร ในมุมมองของเขา ไม่ได้สำคัญเท่ากับระบบสาธารณสุขแข็งแรงหรือไม่
สิ่งที่คนทำงานจิตอาสาช่วยเหลือผู้ป่วยโควิดอย่างนายเอกภพ เป็นห่วงในตอนนี้คือ กลุ่ม 608 ที่ติดเชื้อในที่ผู้ป่วยมากๆแบบนี้ จะเข้าไม่ถึงเตียง และยา โดยเฉพาะยาฟาวิพิราเวียร์ ทำให้อาการหนัก และมีเสียชีวิตได้ เขาย้ำว่า ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เหมือนการระบาดก่อนหน้านี้ ที่ผู้ป่วยสูงอายุหลายคนนอนเสียชีวิตคาบ้าน