นักวิจัย ม.นเรศวร จ่อหาเชื้อฝีดาษลิงในน้ำ กทม.
ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ยัน ข่าวลือพบผู้ป่วยฝีดาษลิงในกทม.ไม่เป็นความจริง จับมือนักวิจัย มหาวิทยาลัยนเรศวร ลงพื้นที่ นำน้ำเสียโสโครกตรวจหาฝีดาษลิง
วันที่ 27 ก.ค.2565 ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ อาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร เล่าว่า คณะวิจัยระบาดวิทยาน้ำเสียโควิด-19 คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) พัฒนาเทคโนโลยีการสกัดเศษซากไวรัสฝีดาษลิงในน้ำเสียโสโครกในชุมชน เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกันการระบาดของฝีดาษลิงในประเทศ
อาจารย์ธนพล บอกว่า เชื้อไวรัสต่างๆ ทั้งโควิด โปลิโอ อีโบลา ซาร์ส หรือฝีดาษลิง มักจะมีการกระจายตัวของไวรัสในร่างกาย และเมื่อขับถ่ายปัสสาวะ อุจจาระ ก็จะมีไวรัสออกมาด้วย แม้ยังไม่มีอาการดังนั้น จึงสามารถนำน้ำเสียจากบ่อเกิดบ่อซึม น้ำเสียของชุมชน มาตรวจหาเชื้อฝีดาษลิงได้เช่นกัน เป็นวิธีที่ใช้ในการสกรีน คัดกรองเบื้องต้นในการหา ไม่จำเป็นต้องไล่ตรวจทุกคนว่ามีการติดเชื้อฝีดาษลิงหรือไม่ เพราะใช้เงินจำนวนมาก ซึ่งวิธีนี้ ทางสหรัฐอเมริกาก็เริ่มมีการนำมาใช้เช่นกัน
สำหรับจุดที่เป็นเป้าหมายในการตรวจ แน่นอนว่า ต้องเป็นจุดที่คาดว่าจะมีการนำเชื้อเข้ามา เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งได้ไปการทำการทดลองเก็บตัวอย่างมาตรวจสอบแล้ว เมื่อวันที่ 18 ก.ค.ก็ไม่พบซากไวรัสฝีดาษลิง แผนต่อจากนี้จะมีการไปตรวจที่สุวรรณภูมิ ทุก 2 สัปดาห์ และกำลังจะเริ่มเข้าไปตรวจพื้นที่อื่นๆ ในกรุงเทพมหานครด้วย
อาจารย์ธนพล บอกอีกว่า วิธีนี้ดี เพราะเป็นการเตือนภัยล่วงหน้า โดยเฉพาะสามารถตรวจพบ ในคนที่อยู่ในระยะฟักตัวได้ด้วย ซึ่งจะนำไปสู่การตรวจตัวรายบุคคลเพื่อหาคนติดเชื้อต่อไป เรียกได้ว่าเป็นการ ชี้เป้า เฝ้าระวังล่วงหน้า และประหยัดทรัพยากรอย่างมาก
ส่วนของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ความสนใจการตรวจเชื้อฝีดาษลิงจากน้ำเสียในชุมชน โดยให้ทำงานเชิงรุกในจุดโฟกัส เช่น แถวนานา เป็นต้น ส่วนกระแสข่าวลือว่า กทม.พบผู้ป่วยฝีดาษลิงแล้ว ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
สปสช.ขยายบริการแพทย์ทางไกล ดึง “แอปฯ คลิกนิก” ดูแลผู้ป่วยโควิดเพิ่ม
วิจัยใหม่พบ ต้นตอโควิด-19 ไม่ใช่แล็บอู่ฮั่น แต่มาจากตลาดค้าสัตว์