“ฝีดาษวานร” คืออะไร? ติดต่อได้ทางไหน เช็กอาการเตือน พร้อมวิธีป้องกัน
กรมควบคุมโรคเผยไทยพบผู้ป่วยฝีดาษวานรสะสม 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย เตือนสังเกตไข้ ผื่น ตุ่มน้ำใสและตุ่มหนอง พร้อมแนะวิธีป้องกันการติดเชื้อ
โรคฝีดาษวานร (Mpox) เป็นโรคจากไวรัสที่แพร่ระบาดจากสัตว์ฟันแทะในทวีปแอฟริกา เชื้อไวรัสนี้สามารถแพร่สู่สัตว์อื่น และแพร่จากสัตว์สู่คนได้ รายงานจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เผยแพร่วันที่ 14 กันยายน 2569 ระบุว่า ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2568 – 31 สิงหาคม 2569 ทั่วโลกมีรายงานผู้ป่วยยืนยัน 68,096 ราย และผู้เสียชีวิต 272 ราย จาก 107 ประเทศ ขณะที่ไทย ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค ปี 2569 ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม จำนวน 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย
ปัจจุบัน โรคฝีดาษวานรเป็น โรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ชื่อและอาการสำคัญของโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2565 เพื่อสนับสนุนการเฝ้าระวัง การรายงานและการดำเนินมาตรการป้องกันควบคุมโรคอย่างเหมาะสม
การแพร่เชื้อฝีดาษวานร
ไวรัสฝีดาษวานรสามารถติดต่อจากคนสู่คนได้ผ่านการสัมผัสทางผิวหนัง สารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ หรือวัตถุที่ปนเปื้อนเชื้อไวรัสนอกจากนี้ยังแพร่จากมารดาสู่ทารกในครรภ์ได้ด้วย
อาการฝีดาษวานร
ระยะฟักตัวประมาณ 3-17 วัน อาการหลักของโรคคือผื่นผิวหนังบริเวณใบหน้า แขน ขา มือ เท้า หน้าอก หรือบริเวณอวัยวะเพศ ผื่นเริ่มจากผื่นราบต่อมาจะนูนขึ้น กลายเป็นตุ่มน้ำใส และตุ่มหนอง จนเป็นแผ่นสะเก็ดที่แห้งและลอกเอง โดยมักจะมีอาการร่วม เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย เจ็บคอ คัดจมูก ไอ และต่อมน้ำเหลืองโต
ความรุนแรงจะสูงมากขึ้นในกลุ่มผู้ป่วยที่ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น ทานยากดภูมิคุ้มกัน, ผู้ป่วยภูมิต่ำจากสภาวะเอดส์
การปฏิบัติตัว ผู้ป่วยควรแยกตัวอยู่ในห้อง งดใช้ของร่วมกับผู้อื่น และดูแลผื่นให้สะอาดและแห้ง หากต้องมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นควรสวมหน้ากากอนามัย ปิดแผล และหลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้อื่น
วิธีป้องกันฝีดาษวานร
- ล้างมือ เป็นประจำด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- สวมหน้ากากอนามัย ทุกครั้งเมื่ออยู่ในพื้นแออัด
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยหรือสัตว์ที่อาจเป็นพาหะของโรค
- การฉีดวัคซีน สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อได้
การเข้าใจและปฏิบัติตามวิธีป้องกันที่ถูกต้องสามารถช่วยลดโอกาสในการติดเชื้อโรคฝีดาษวานรได้ หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่คล้ายคลึงกับฝีดาษลิงหรือสงสัย ให้เข้าพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาล