นักวิจัย ม.นเรศวร เผยผลตรวจหาเชื้อฝีดาษลิง จากน้ำเสีย
เปิดแนวคิดนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่องการนำน้ำเสียโสโครกจากชุมชนมาตรวจ หาเชื้อ "ฝีดาษลิง" ซึ่งจากผลวิจัยพบได้ผลดี
ผศ.ดร.ธนพล เพ็ญรัตน์ ผู้เชี่ยวชาญระดับสูง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า ขณะนี้ประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มการตรวจการระบาดของฝีดาษลิงโดยใช้การตรวจเศษซากไวรัสในน้ำเสียโสโครกจากชุมชน เป็นตัวชี้วัดการระบาดในระดับชุมชน โดย 1 ตัวอย่างน้ำเสียแทนการเฝ้าระวังทุกคนทั้งชุมชน ในส่วนประเทศไทยเอง คณะวิจัยระบาดวิทยา น้ำเสียโควิด-19 คณะวิศวกรรมศาสตร์ และ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ก็มีความพร้อมด้านนี้
ที่ผ่านมาได้ทุน จาก วช. (กองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผ่านสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ) ไปทดลองตรวจน้ำเสียจากสนามบินสุวรรณภูมิ วันที่ 25 พฤษภาคมที่ผ่านมา ไม่พบเศษซากไวรัสฝีดาษลิง ซึ่งสอดคล้องกับการยังไม่พบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงในประเทศไทย ณ เวลานั้น แม้ว่าในวันที่ 22 พ.ค. 65 จะจะพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงแล้วใน 22 ประเทศ
ผศ.ดร.ธนพล ระบุว่า ไวรัสฝีดาษลิงจะถูกขับถ่ายออกมาทางอุจจาระของผู้ติดเชื้อ (แม้จะยังไม่แสดงอาการในช่วงระยะฟักตัว 7-14 วัน) การตรวจไวรัสฝีดาษลิงในน้ำเสียมีความปลอดภัย และไม่มีหลักฐานชี้ว่าสามารถติดฝีดาษลิงจากน้ำเสียได้ เช่นเดียวกับที่ไม่สามารถติดโควิด-19 จากเศษซากไวรัสโควิด ในน้ำเสียได้ ดังนั้นการตรวจเศษซากไวรัสฝีดาษลิงในน้ำเสีย จึงเป็นมาตรการเฝ้าระวังที่ประหยัดงบประมาณ และตรวจพบเชื้อได้ทันทีที่มีผู้ติดเชื้อแม้คนเดียวในชุมชน หรือมีนักท่องเที่ยวติดเชื้อคนเดียวในทั้งสนามบิน
ทั้งนี้มองว่า ขณะนี้ หลังไทยพบผู้ป่วยฝีดาษลิงรายแรกแล้ว ควรมีความพร้อมในการเฝ้าระวัง โดยเฉพาะการตรวจน้ำเสียในชุมชน ซึ่งหากได้รับประสานงานมา พร้อมลงตรวจได้ทันที มองว่า เป็นอีกเครื่องมือการป้องกันการระบาดฝีดาษลิง ที่เป็นการเตือนภัยล่วงหน้า และใช้งบประมาณน้อยที่สุด ที่สำคัญก็ ไม่จำเป็นต้องไปจับตัวนักท่องเที่ยวมาตรวจทุกคนด้วย
หายห่วง! โลกมีวัคซีนป้องกัน "ฝีดาษลิง" แนะ 6 ข้อ ช่วยให้ห่างไกลโรค
"บิ๊กตู่" สั่งคุมเข้มป้องกันฝีดาษลิง ช่องทางเข้า-ออกประเทศ/แผนเผชิญเหตุ