ไทยยังไม่พบ "ฝีดาษลิง" เพิ่ม กรมวิทย์เพาะเชื้อเตรียมทดสอบภูมิคุ้มกัน
ไทยยังไม่พบผู้ป่วยฝีดาษลิงเพิ่ม กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เพาะเชื้อฝีดาษลิง เตรียมทดสอบในผู้ที่เคยปลูกฝีดาษคนว่าสามารถคุ้มกันฝีดาษลิงได้มากน้อยเพียงใด
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิงในประเทศไทย ยืนยันว่า ขณะนี้ในประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อยืนยันทั้งหมด 4 ราย ส่วนนักท่องเที่ยวชายชาวฝรั่งเศษ อายุ 32 ปี ที่เข้ารักษาตัวที่เข้ารักษาตัวหลังมีตุ่มขึ้นที่อวัยวะเพศ และที่มือ ในโรงพยาบาลเอกเอกชนจังหวัดตราด ผลตรวจออกมาแล้วไม่ใช่ฝีดาษลิง และจากการสอบสวนโรคก็ไม่พบผู้ใกล้ชิดติดเชื้อเช่นกัน
ส่วนมาตรการฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษลิงให้กับประชาชนนั้น นายอนุทิน ระบุว่า เนื่องจากฝีดาษลิงไม่ได้แพร่ระบาดได้ง่ายเหมือนกับโควิด-19 และระยะฝักตัวก็นานกว่า จึงไม่จำเป็นต้องฉีดให้กับทุกคน เบื้องต้นจะต้องฉีดให้กับกลุ่มเสี่ยง และบุคลากรทางแพทย์ในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงผู้ติดเชื้อแล้วก่อน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งตอนนี้มีการวางหลักเกณฑ์ไว้หมดแล้ว อยากให้สอบถามจากแพทย์ผู้รับผิดชอบในรายละเอียดอีกครั้ง ดังนั้นจำนวนวัคซีนที่ทางกรมควบคุมโรคเตรียมไว้จึงน่าจะเพียงพอต่อสถานการณ์
ตราดพบ นทท.ฝรั่งเศส เข้าข่ายต้องสงสัยเป็น “ฝีดาษลิง”
ด้านนายแพทย์ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้แถลงถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคฝีดาษลิง รายละเอียดดังนี้
ฝีดาษลิงสายพันธุ์ที่พบเป็นแอฟริกันตะวันตก มี 2 พันธุ์ใหญ่ๆ คือ
- Monkeypox virus strain B.1 (สีเหลือง) พบมีรายงานจำนวนมากในสถานการณ์ระบาดปี 2022 นี้
- Monkeypox virus strain A.2 (สีเขียว) พบมีรายงานจำนวนไม่มาก โดยพบรายงานผู้ติดเชื้อที่ประเทศสหรัฐอเมริกาประมาณกลางปี 2021 และเมื่อเร็ว ๆ นี้ประมาณเดือนกรกฎาคม 2022
โดยทั่วโลกพบ B.1 เยอะกว่า A.2 ขณะที่ไทยเพิ่มพบเพียง 4 ราย เลยมีสายพันธุ์ A.2 มากกว่า โดยที่พบในไทยมีรายละเอียด ดังนี้
- รายที่ 1 : ชายไนจีเรีย อายุ 27 ปี มีอาการต้องสงสัยเข้าได้กับฝีดาษวานร โดยมีตุ่มขึ้นที่ใบหน้า ลำตัว แขนขา และอวัยวะเพศ ไปรักษาที่โรงพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต สายพันธุ์ Monkeypox virus strain A.2
- รายที่ 2 : ชายไทยอายุ 47 ปี ไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศ วันที่ 14 ก.ค. เริ่มมีอาการไข้ ปวดเมื่อยตามตัว 1 สัปดาห์ ก่อนมาโรงพยาบาล มีตุ่มหนองที่อวัยวะเพศ ต่อมามีตุ่มหนองขึ้นตามแขนขา ใบหน้า ศีรษะ ต่อมาไปรักษาที่โรงพยาบาลวชิรพยาบาลด้วยอาการอวัยวะเพศบวม เจ็บ แสบ สายพันธุ์ Monkeypox virus strain B.1
- รายที่ 3 : ชาย อายุ 25 ปี สัญชาติเยอรมนี เดินทางเข้าไทยเมื่อวันที่ 18 ก.ค.65 ที่ จังหวัดภูเก็ต เมื่อเข้ามาถึงไทยไม่นานก็เริ่มมีอาการ
- สายพันธุ์ Monkeypox virus strain A.2
- รายที่ 4 : หญิงไทย อายุ 22 ปี มีประวัติเสี่ยงไปเที่ยวสถานบันเทิงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ย่านที่ชาวต่างชาตินิยมมาเที่ยว เป็นประจำประมาณสัปดาห์ละครั้ง และมีการสัมผัสใกล้ชิดกับชายชาวต่างชาติ โดยผู้ป่วยเริ่มมีไข้ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2565 วันต่อมาเริ่มมีตุ่มขึ้นที่แขนขา แล้วลามไปทั่วร่างกาย ร่วมถึงอวัยะเพศ จึงเดินทางเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ สายพันธุ์ Monkeypox virus strain A.2
ขณะที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ได้เพาะเชื้อฝีดาษลิงได้จำนวนไวรัสมากพอสมควร จะทำการทดสอบกับผู้ที่เคยปลูกฝีโรคฝีดาษคน เพื่อทดสอบว่าสามารถคุ้มกันฝีดาษลิงได้มากน้อยแค่ไหน
พบอีก! ผู้ป่วยฝีดาษลิงรายที่ 4 หญิงไทยคนแรก ใกล้ชิดชาวต่างชาติ
สถานการณ์โรคฝีดาษวานรในขณะนี้มีแนวโน้มพบผู้ป่วยสูงขึ้นในแถบทวีปยุโรปและอเมริกา ในทวีปเอเชีย เช่น อินเดีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เริ่มพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นจากการเดินทางมาจากพื้นที่ระบาด (ข้อมูล ณ วันที่ 7 ส.ค. 65) พบผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษวานรยืนยันทั่วโลก จำนวน 28,792 ราย เสียชีวิต 6 ราย (สเปน 2 ราย บราซิล เปรู กานา อินเดีย ประเทศละ 1 ราย) ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวอื่นร่วม ประเทศที่มีผู้ป่วยสูงสุด 5 ลำดับ แรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา 7,510 ราย สเปน 5,208 ราย เยอรมัน 2,887 ราย อังกฤษ 2,768 ราย และฝรั่งเศส 2,423 ราย
ส่วนสถานการณ์ในประเทศไทยยังพบผู้ป่วยยืนยัน 4 ราย มีรายงานผู้เข้าเกณฑ์ป่วยเป็นผู้ป่วยสงสัย 36 ราย ผู้สัมผัส 44 ราย ครบการกักตัวแล้วทั้งหมด 7 ราย และผลตรวจทางห้องปฏิบัติการผู้ป่วยสงสัยทั้ง 35 ราย ไม่พบเชื้อฝีดาษวานร รอผล 1 ราย