"ภูมิใจไทย" ประกาศเปิดหน้าชน"ชมรมแพทย์ชนบท" แฉกลับพฤติกรรมทางการเมือง
ภูมิใจไทย ประกาศกร้าว เปิดหน้าชน"ชมรมแพทย์ชนบท" แฉกลับพฤติกรรมทางการเมืองอ้างตัวเป็นแพทย์ใส่ร้ายพรรคบิดเบือนข้อเท็จจริง
ที่อาคารรัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แถลงถึงกรณีที่มีเพจเฟซบุ๊ก "ชมรมแพทย์ชนบท" ว่าพยายามใส่ร้ายป้ายสีพรรคภูมิใจไทยและมีการบิดเบือนให้ข้อมูลอันเป็นเท็จมาโดยตลอด ว่า ในวันนี้เพจดังกล่าวก็มีการกล่าวหาเรื่องแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งเกิดจากคนเพียงคนเดียว เตือนอำนาจไม่เป็นธรรมไม่ยั่งยืนนั้น และก่อนหน้านี้ก็ยังกล่าวหา นโยบายค่าแรงขั้นต่ำของพรรคภูมิใจไทยทำไม่ได้ 425 บาท ซึ่งความจริงพรรคไม่เคยมีนโยบายเรื่องนี้
นายศุภชัย ระบุว่า ตนเข้าใจที่ผ่านมาเคยมีกรณีชมรมแพทย์ชนบทไม่ได้รับการรับรองจากสธ. แต่มักอ้างเป็นตัวแทนของแพทย์ โดยที่แพทย์ของสธ.เองก็ไม่ยอมรับ เพราะเป็นชมรมที่มีมุ่งหมายทางการเมือง ไม่ใช่การพัฒนาวิชาการทางการแพทย์ มีผู้นำของชมรมที่มักอวดอ้างเป็นผู้แทนของชมรมโดยการแสวงหาผลประโยชน์ เช่น มีพฤติการณ์ทุจริตในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 มีการอ้างว่านำกลุ่มแพทย์ชนบทเข้ามาช่วยเหลือตรวจเชื้อโควิดให้กับประชาชนในกรุงเทพมหานครทั้งที่ในต่างจังหวัดก็มีปัญหาอยู่ แต่กลับมาช่วยกทม. ซึ่งทำให้สังคมมองว่ามีจิตกุศล แต่ความจริงส่งบิลมาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายจาก รพ.สปสช.เป็นราคาต่อหัวรวมเป็นเงินจำนวนมาก และยังพบว่าโรงพยาบาลที่เป็นแกนนำของแพทย์ชนบทก็ได้รับผลประโยชน์ อาทิ โรงพยาบาลจะนะ โรงพยาบาลสิชล โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นพื้นที่ของแกนนำ และที่ผ่านมาก็ถูกคณะกรรมการสธ.เรียกมาสอบสวนประเด็นเรื่องการเรียกร้องให้สธ.ซื้อชุดATK ของกลุ่มบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน โดยเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยได้แสดงจุดยืนต่อต้านมาโดยตลอด ทำให้มีความพยายามบิดเบือนกล่าวหาพรรค เช่นกล่าวหานโยบายกัญชาเสรีที่ระบุว่าเป็นการมอมเมาพี่น้องมุสลิม 3 จังหวัดภาคใต้ผิดหลักศาสนา วันนี้ชมรมแพทย์ชนบทกำลังใช้อำนาจหน้าที่ไปในทางที่ผิด โดยทางพรรคภูมิใจไทยเตรียมจะดำเนินคดีกับชมรมดังกล่าวในข้อหาความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ทุกคดี นายศุภชัย ยังประกาศว่า"นับจากนี้ภูมิใจไทยขอเปิดศึกกับชมรมแพทย์ชนบท เรามาสู้กันครับ"
ขณะที่ก่อนหน้านี้ เพจfacebook ชมรมแพทย์ชนบท ได้ออกมาโพสต์ข้อความว่า
การแต่งตั้งโยกย้ายที่ไร้ธรรมาภิบาลในกระทรวงสาธารณสุข
การประชุม ครม.วันนี้ อังคารที่ 30 สิงหาคม 2565 ได้มีการแต่งตั้งย้ายโยกย้ายผู้บริหารระดับ 10 ของกระทรวงสาธารณสุข โผที่ออกมานั้นสะท้อนปรากฏการณ์ชัดเจนถึงความไร้ธรรมาภิบาลใน สธ.ในยุคนี้ที่เส้นสายและพรรคพวกอยู่เหนือความสามารถและความเหมาะสม
ในกระทรวงสาธารณสุข ตำแหน่งระดับ 11 มีคนเดียวคือปลัดกระทรวงสาธารณสุข สำหรับตำแหน่งระดับ 10 นั้น มีลำดับของศักดิ์ทางราชการตามลำดับคือ อธิบดี (มี 8 กรม) รองปลัดกระทรวง (มี 4 คน) และ ผู้ตรวจราชการกระทรวง (มี 12 คน)
โดยธรรมเนียมปฏิบัติที่ลงตัวนั้น จะมีการขยับผู้ตรวจราชการให้เป็นรองปลัด ขยับรองปลัดไปเป็นอธิบดี ส่วนตำแหน่งปลัดกระทรวงต้องเลือกจากอธิบดีที่มีอยู่ 8 กรมนั่นเองในการแต่งตั้งโยกย้ายระดับ 10 ครั้งนี้ ที่บอกว่าไม่มีธรรมาภิบาลนั้น ชัดเจนจาก 3 ปรากฏการณ์ คือ
- รองปลัดที่มี 4 คน ปรากฏว่ารองปลัดที่อาวุโสที่สุด ปฏิบัติหน้าที่รองปลัดมานานที่สุด ทำงานดี เข้มแข็งและตรงไปตรงมา กลับไม่ได้รับการเลื่อนขึ้นสู่ตำแหน่งอธิบดี ในขณะที่รองปลัดอีก 3 คนได้เป็นอธิบดีกันถ้วนหน้า
- ในส่วนของผู้ตรวจราชการก็เช่นเดียวกัน ผู้ตรวจราชการที่อาวุโสที่สุด ที่ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจมาแล้วกว่า 5 ปี เป็นถึงหัวหน้าผู้ตรวจ ทำงานดี ขยัน มีวิสัยทัศน์ แต่มีความคิดอ่านเป็นตัวของตัวเอง พลิกโผไม่ได้รับการเลื่อนเป็นรองปลัด แต่กลับมาผู้ตรวจหน้าใหม่ 2 คนได้รับเลื่อนแซงคิวเป็นรองปลัดแทน โดยเป็นที่ทราบกันว่า คนหนึ่งเป็นผู้ตรวจที่ทำหน้าที่ใน ศบค. นายกประยุทธ์ขอมา และอีกคนมาสายกรมสุขภาพจิต ปลัดกระทรวงที่กำลังจะเกษียณทิ้งทวนส่งเข้าวิน
- การโยกย้ายครั้งนี้ยังมีปรากฏการณ์ที่พบเห็นไม่บ่อยคือ การโยกลดชั้นอธิบดีมาเป็นรองปลัด ซึ่งถือว่าไม่ปกติ เหตุผลคงไม่มีอะไรมากไปกว่า ความแค้นเคืองส่วนตัวที่กรวดในรองเท้าก้อนใหญ่ที่ชื่อว่า “แพทย์ชนบท” นั้น ยังคงวิพากษ์วิจารณ์อยู่ในหลายๆเรื่อง ขอให้หยุดก็ไม่ยอมหยุด จนรู้สึกขัดใจแทบทุกวัน
นี่คือปรากฏการณ์ของความไร้ธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้ายในยุคนี้ ช่วงเวลา 3-4 ปีมานี้ คือช่วงเวลาที่ข้าราชการทำงานลำบาก นโยบายเพี้ยนๆทักท้วงก็ไม่ได้ ทักไม่ได้เลยจริงๆ ไม่สนองก็จะไม่ได้เกิด คนดีต้องถดถอย ข้าราชการต้องยอมโอนเอนไปตามลม ความไร้ธรรมาภิบาลในครั้งนี้เกิดจากคนเพียงคนเดียว คนนั้นคือใคร คงรู้กัน “อำนาจไม่เป็นธรรม ย่อมไม่ยั่งยืน”
ศุภชัย ยัน “ภูมิใจไทย” ไม่เคย โบ้ยใคร ปมปลดล็อกกัญชา
สธ.ยันวัคซีนไม่หมดอายุ โต้แพทย์ชนบทลั่น 16 ล้านโดสไม่ได้มีแต่“ซิโนแวค”