“หมอยง” เผยโควิดแปรสภาพเป็นโรคประจำฤดูยันภาพรวมสถานการณ์ดีขึ้น
“หมอยง” เผยโควิด19 กำลังแปรสภาพเป็นโรคทางเดินหายใจประจำฤดูกาลโดยเฉพาะฤดูฝน เหมือนไข้หวัดใหญ่ยันภาพรวมดีขึ้นหลังประชาชนเข้ารับวัคซีนและมีภูมิธรรมชาติ
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หรือ "หมอยง" หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่าน Facebook Yong Poovorawan ว่า การระบาดของโรคโควิด 19 กำลังเข้าสู่แบบเดียวกับโรคทางเดินหายใจประจำฤดูกาล ประจำปี เช่นไข้หวัดใหญ่ โรคจะระบาดมากตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงกันยายน ในฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่นักเรียนเปิดเทอม
และจะเริ่มลดลงปลายเดือนกันยายน ขณะที่นักเรียนสอบและปิดเทอม การระบาดจะน้อยลงจนถึงกลางเดือนธันวาคม และจะมีการระบาดขึ้นอีกช่วงหนึ่ง ในฤดูหนาว ตั้งแต่ช่วงปลายธันวาคมจนถึงต้นเดือนมีนาคม แต่การระบาดในช่วงนี้จะไม่รุนแรง และจะเข้าวงจรใหม่ ในเดือนมิถุนายนปีหน้า เช่นเดียวกันกับไข้หวัดใหญ่และโรคทางเดินหายใจอื่นๆ ที่มีวงจรเป็นแบบนี้
ดังนั้นโรค covid-19 ของไทยอยู่ในขาลง และจะลดลงตั้งแต่ปลายเดือนนี้เป็นต้นไป อย่างเห็นได้ชัด โรคไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่จะระบาดในฤดูหนาว ของประเทศที่มีฤดูหนาว เช่นประเทศซีกโลกเหนือ เช่นยุโรปและอเมริกา การระบาดจะเกิดขึ้นในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคมจนถึงมีนาคม ประเทศซีกโลกใต้เช่นออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ การระบาดของไข้หวัดใหญ่ โรคทางเดินหายใจก็จะเกิดขึ้นในฤดูหนาวของซีกโลกใต้ ตั้งแต่เดือน มิถุนายนถึงเดือนกันยายน ประเทศไทยอยู่ในเขตร้อน ถึงแม้ว่าทางภูมิศาสตร์จะอยู่ซีกโลกเหนือ หรือเหนือเส้นศูนย์สูตร แต่เนื่องจากประเทศไทยไม่มีฤดูหนาว มีแต่ร้อนมาก ร้อนน้อย การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ และโรคทางเดินหายใจ จึงพบได้เกือบตลอดทั้งปี แต่จะมี การพบสูงสุดในฤดูฝน ซึ่งเป็นเดือนเดียวกับประเทศในซีกโลกใต้
จึงเป็นเหตุผลในการวางมาตรการการป้องกันโรคทางเดินหายใจ ด้วยวัคซีน โดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ถ้าจะมีการฉีด ก็ควรฉีดก่อนที่จะมีการระบาด หรือก่อนฤดูฝน ในทำนองเดียวกันในอนาคตโรคโควิดถ้าจำเป็นต้องมีการให้วัคซีนประจำปี ฤดูกาลการให้วัคซีนก็คงจะเป็นเช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ คือการให้ก่อนฤดูฝนของทุกปี
ไขข้อสงสัยควรฉีดกระตุ้นตอนนี้ หรือรอวัคซีนโควิดรุ่นใหม่
หมอยง ยังเปิดเผยต่อว่า ภาพรวมของโควิด-19มีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้น ประชากรส่วนใหญ่ มีภูมิต้านทานเกิดขึ้น จากการฉีดวัคซีน มีการฉีดวัคซีนไปแล้วเกือบ 143 ล้านโดส แต่เมื่อดูการฉีดครบ 2 เข็ม ก็อยู่ประมาณเกือบ 80%และการฉีด 3 เข็ม ประมาณเกือบ 40 % ทั้งที่ไทยมีวัคซีนเพียงพอ และอยากให้มีการฉีดวัคซีนให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง
ในขณะเดียวกันประชากรส่วนใหญ่ มีภูมิต้านทานเกิดขึ้นจากการติดเชื้อโดยธรรมชาติ ยอดการติดเชื้อที่มีการแจ้งให้ทราบ เป็นตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ในความเป็นจริงประชากรไทยติดเชื้อไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง
จากข้อมูลที่เห็นได้ชัดในการศึกษาของศูนย์ ในเด็ก 5-6 ปี เป็นวัยที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน มีการติดเชื้อไปแล้ว 47% จากการตรวจเลือด เพียงครึ่งเดียวที่ทราบว่าติดเชื้อ อีกครึ่งหนึ่งเป็นการติดเชื้อแบบมีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ แต่ตรวจพบภูมิต้านทานบ่งบอกถึงการติดเชื้อมาแล้ว และจากการศึกษาของเรา ร่วมกับทางจังหวัดชลบุรี ในการศึกษาวัคซีน Covovax ในอาสาสมัคร 215 คน โดยมีข้อบ่งชี้ว่าจะต้องไม่เคยติดเชื้อมาก่อน แต่พบว่า เมื่อนำมาตรวจเลือด คนที่บอกว่าไม่เคยติดเชื้อมาก่อน แต่ผลเลือดแสดงว่ามีการติดเชื้อมาแล้วถึง 1 ใน 3 และถ้ารวมคนที่ติดเชื้อแบบที่ทราบและรู้แล้ว จำนวนการติดเชื้อมาแล้ว เกินกว่าครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าแน่นอน แสดงว่าคนไทยส่วนใหญ่มีการติดเชื้อเกิดขึ้นแล้ว และภูมิต้านทานที่เกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ร่วมกับการฉีดวัคซีน จะเป็นภูมิต้านทานแบบลูกผสม ที่สามารถป้องกันและลดความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี
ข้อมูลทั้งหมดจึงแสดงให้เห็นว่าประชากรส่วนใหญ่ มีภูมิต้านทานเกิดขึ้น จากการฉีดวัคซีนและจากการติดเชื้อมาแล้วเป็นจำนวนมาก และการติดเชื้อซ้ำ จะทำให้อาการต่างๆน้อยลง โรคก็จะดำเนินต่อไป เป็นประจำฤดูกาล ภาพรวมความรุนแรงของโรคจะน้อยลง เพราะประชากรส่วนใหญ่มีภูมิต้านทานเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าจะไม่ตรงกับสายพันธุ์
“หมอยง” เปิดข้อมูลฉีดวัคซีน 3 เข็มแรก มีความจำเป็น ลดอาการของโรคโควิด
‘หมอยง’ ไขข้อสงสัยทำไมต้องฉีดวัคซีนโควิด แม้จะยังติดเชื้อได้