ตะลิงปลิง เปรี้ยวอุดมวิตามิน กินมากไปเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต
ตะลิงปลิง ผลไม้เปรี้ยวอุดมวิตามิน กินมากไปเสี่ยงกรดซาลิกสูงถึงขั้นเสียชีวิต
“ตะลิงปลิง” อาจเป็นผลไม้โปรดของใครหลายคน ด้วยรสชาติที่เปรี้ยวถึงใจ กินแล้วแก้ง่วง หรือหากนำไปทำยำ แกงเหลือง หรือจิ้มกับพริกเกลือ ก็อร่อยจนต้องยกนิ้วให้ กลายเป็นส่วนผสมที่ต้องหามาใส่ลงไปในหม้อให้ได้
แม้ตะลิงปลิงจะเป็นผลไม้ที่มีสรรพคุณ แต่ก็มีโทษที่ควรระวัง หลังมีเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict โพสต์ข้อความระบุว่า มีเรื่องรับแจ้งมาว่า มีการจัดกิจกรรมรับน้องในบางสถาบัน แล้วให้นักศึกษาปีที่ 1 กินตะลิงปลิง
ปรากฏว่าหลังกิน รุ่นน้องปัสสาวะเป็นเลือดรัว ๆ แต่รุ่นพี่คิดว่าไม่เกี่ยวข้องกับที่ทำลงไป ยังคงจัดกิจกรรมที่ว่ากันต่อมานานแล้ว
ขณะเดียวกัน เคยมีรายงานด้วยว่า มีคนไข้รายหนึ่งทานตะลิงปลิงเชื่อม 3-4 ลูก และน้ำเชื่อมจากตะลิงปลิง 1 แก้ว จนเกิดอาการไตวายภายใน 10 นาที หลังรับประทาน หรือบางเคสเป็นเด็กอายุ 8 ปี ทานแค่ 6 ผล ในวันที่อากาศร้อนและเสียเหงื่อมากหลังเล่นกีฬา ก็เกิดอาการไตวายเช่นกัน แม้ทานเพียงครั้งเดียว
จะเห็นได้ว่าภาวะไตวายเฉียบพลันที่เกิดขึ้น จนทำให้เกิดปัสสาวะเป็นเลือดตามมา ส่วนใหญ่มาจากการทานผลสด หรือคั้นน้ำทานปริมาณมาก โดยพบตั้งแต่ 100 ซีซีขึ้นไป ซึ่งเกิดขึ้นมาจากตะลิงปลิงเป็นผลไม้ที่มีกรดซาลิกสูง หากกินเยอะไปจะทำให้เกิดภาวะดังกล่าว และอาจรุนแรงไปถึงขั้นเสียชีวิตได้
รู้จัก “ตะลิงปลิง”
สำหรับ ตะลิงปลิง หรือ AVERRHOA BILIMBI LINN. มีชื่อสามัญ BILIMBI, CUCUMBER TREE อยู่ร่วมวงศ์เดียวกับมะเฟือง เป็นไม้พุ่มขนาดกลางสูงประมาณ 5-10 เมตร มีกิ่งก้านสาขามาก และเปราะหักง่าย
เปลือกต้นมีสีชมพู ผิวเรียบมีขนนุ่มปกคลุมตามกิ่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ก้านใบหนึ่งประกอบด้วยใบย่อย 11-37 ใบ กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร มีสีเขียวอ่อนมีขนนุ่ม ๆ ปกคลุมอยู่ ปลายคี่เรียงสลับกัน ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม
ช่อดอกเป็นกระจุกอยู่ตามลำต้น มีกลีบดอกสีแดงอมม่วง ขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร ดอกมี 5 กลีบ และมีกลิ่นอ่อน ๆ ทยอยบานได้นาน 1-2 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความดก เกสรกลางดอกมีสีเขียว
ผล รูปรี ป้อม ยาว 4-10 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ฉ่ำน้ำ ปลายแหลม และเว้าเป็นพูตื้น ๆ 4 พู สีเขียวอมเหลือง เมื่อสุกจะเป็นสีเหลือง เนื้อเหลว ออกเป็นช่อห้อย รสเปรี้ยวจัด เพราะมีกรดออกซาลิกอยู่สูง และเมล็ดแบน
ครม.เห็นชอบ"นกชนหิน" เป็นสัตว์ป่าสงวนลำดับ 20 ใครล่า-ครอบครองโทษหนัก
“โรคดึงผมตัวเอง” ป่วยจิตเวชแบบย้ำคิดย้ำทำ หายได้หากรู้ตัวทัน
กินมากเสี่ยง “ไตวายเฉียบพลัน”
มีความเชื่อว่าตะลิงปลิงมีสรรพคุณหลายอย่าง จึงเป็นที่นิยมนำมารับประทานทั้งรากใบ ดอก ผล และในรูปแบบของการนำมาประกอบอาหาร หรือนำมาทำเป็นผลไม้ แต่ในทางการแพทย์ยังไม่มีผลวิจัยใดยืนยันคุณประโยชน์ของตะลิงปลิงในการนำมารักษาโรคได้อย่างชัดเจน
แต่ผลข้างเคียงที่พบบ่อยจากการทานผลสด หรือนำมาคั้นเป็นน้ำดื่ม คือ “ภาวะไตวาย” เพราะตะลิงปลิงเป็นผลไม้ที่มีกรดซาลิกอยู่สูง ซึ่งกรดออกซาลิกสามารถจับกับแคลเซียมตกตะกอนเป็นก้อนนิ่วที่ไต ทำให้เกิดอันตรายต่อไต หรือเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน (acute oxalate nephropathy : AON)
โดยผู้ป่วยมักจะแสดงอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดเอว บวม ปัสสาวะลดลง หรือปัสสาวะออกมาเป็นเลือด และในรายที่มีอาการหนัก มักมีอาการปัสสาวะไม่ออก ตัวบวม หน้าบวม เหนื่อย น้ำท่วมปอด ไปจนถึงขั้นเสียชีวิตได้
ดังนั้นแล้วคำแนะนำในการรับประทานตะลิงปลิง มีดังนี้
- ไม่ควรรับประทานในปริมาณมาก
- ไม่ควรนำผลมาคั้นทำเป็นน้ำผลไม้ดื่ม
- ไม่ควรรับประทานตอนท้องว่าง
- ไม่ควรรับประทานในภาวะที่ร่างกายขาดน้ำ
- ผู้ป่วยที่มีการทำงานของไตผิดปกติไม่ควรรับประทาน เพราะตะลิงปลิงจะทำให้การทำงานของไตผิดปกติมากขึ้น จนนำไปสู่ภาวะไตวายไตล้มเหลวในที่สุด
กินแต่พอดี ได้ประโยชน์
อย่างไรก็ตาม หากรับประทานตะลิงปลิงแต่พอดี จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยมีสรรพคุณดังนี้
ราก : แก้พิษร้อนใน กระหายน้ำ ฝาดสมาน บำรุงกระเพาะอาหาร แก้เลือดออกตามกระเพาะอาหารลำไส้ ดับพิษร้อนของไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้คัน แก้คางทูม แก้ไขข้ออักเสบ รักษาสิว รักษาซิฟิลิส บรรเทาโรคเกาต์ บรรเทาการอักเสบของลำไส้ใหญ่
ใบ : ใช้พอกแก้คัน ที่ประเทศฟิลิปปินส์ใช้พอกรักษาคางทูม โรคข้อรูมาตอยด์ และรักษาสิว ใช้ภายในโดยนำมาต้มดื่มรักษาอาการอักเสบของลำไส้ใหญ่ รักษาซิฟิลิส แก้ไขข้ออักเสบ น้ำต้มใบใช้อาบให้กับผู้ป่วยที่มีไข้
ดอก : นำมาชงเป็นชา สรรพคุณแก้ไอ
ผล : เจริญอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ฝาดสมานและลดไข้ แก้เสมหะเหนียว ฟอกโลหิต ยาบำรุงแก้ปวดมดลูก แก้ไอ บรรเทาโรคริดสีดวงทวาร แก้ลักปิดลักเปิด ชาวเกาะชวากินผลร่วมกับพริกไทยเพื่อขับเหงื่อในผู้มีอาการซึมเศร้า
แม้จะยังไม่มีข้อแนะนำปริมาณในการรับประทานตะลิงปลิงที่ชัดเจน เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาวะของแต่ละคน แต่หากเราตกอยู่ในภาวะที่ขาดน้ำ อดอาหาร ที่เป็นผู้ป่วยโรคไต ควรหลีกเลี่ยงผลไม้ชนิดนี้ ส่วนผู้ที่ไม่มีความเสี่ยงเหล่านี้ หากจะรับประทานก็ขอให้รับประทานในปริมาณที่เหมาะสม และหมั่นเฝ้าสังเกตอาการตัวเองด้วย
6 สารพิษอันตราย แฝงตัวใน "อาหาร" ที่เรากินกันอยู่ทุกวัน
รวมเมนู “อาหาร-เครื่องดื่ม” จากสมุนไพรไทย ป้องกันโรครับหน้าฝน