กรณีศึกษาหนึ่งพบ "ฝีดาษลิง" อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน "หัวใจวาย"
กรณีศึกษาหนึ่งพบ"ฝีดาษลิง"อาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน"หัวใจวาย"ได้ ขณะนักวิทย์บางคนโต้แย้งไม่ใช่เรื่องแปลกที่ก่อปัญหาสุขภาพหัวใจ แต่เสี่ยงต่ำกว่าไวรัสอื่น
โรคฝีดาษลิง อาจทำให้เกิดตุ่มหนองหรือผื่นขึ้นได้ แต่มีกรณีศึกษาหนึ่งพบว่าไวรัสอาจทำให้เกิดปัญหาโรคหัวใจได้เช่นเดียวกันโดยมีรายงานที่ปรากฏใน JACC: Case Reports นักวิจัยได้กล่าวถึงกรณีของผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง ที่อาจเชื่อมโยงกับโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อกล้ามเนื้อหัวใจ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
อย่างไรก็ตามแม้ว่าภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ แต่ในกรณีนี้ผู้ป่วยอยู่พักฟื้นจนหายเป็นปกติแล้ว
รู้จัก “โรคฝีดาษลิง”
ไวรัสฝีดาษลิง หรือ Monkeypox เป็นไวรัสจากสัตว์สู่คน ซึ่งหมายความว่าเป็นไวรัสชนิดหนึ่งที่สามารถแพร่กระจายระหว่างสัตว์และมนุษย์ได้ ตามรายงานของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ (CDC) โรคฝีดาษลิงอยู่ในตระกูลไวรัสเดียวกันกับไวรัสวาริโอลา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคฝีดาษ (Smallpox)
สำหรับไวรัสฝีดาษลิงมีมานานหลานทศวรรษแล้ว แต่ส่วนใหญ่พบอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ ของแอฟริกา แต่ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมากลับพบการระบาดของไวรัสฝีดาษลิงอย่างรวดเร็วนอกแอฟริกา จนมีรายงานพบผู้ป่วยยืนยันฝีดาษลิงกว่า 52,000 รายทั่วโลก เจอในสหรัฐอเมริกาถึง 19,500 ราย และเสียชีวิตสะสม 16 ราย
อาการของ “โรคฝีดาษลิง”
- ผื่น
- แผลพุพอง
- ไข้
- หนาวสั่น
- เหนื่อยล้า
การติดต่อของ “โรคฝีดาษลิง”
จากการเก็บข้อมูลของผู้ป่วยฝีดาษลิงที่พบในปัจจุบัน พบว่าไวรัสมักแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ อย่างไรก็ตามสามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสใกล้ชิดรูปแบบอื่น ๆ ได้เช่นกัน ได้แก่ การสัมผัสสารคัดหลั่ง ผื่น ตุ่มหนองของผู้ติดเชื้อ หรือจากการถูกสัตว์มีเชื้อกัด
การศึกษาพบ “โรคฝีดาษลิง” อาจโยง “ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน”
ในรายงาน JACC: Case Reports เปิดเผยว่า ผู้ป่วยชายวัย 31 ปี รู้สึกไม่สบายเป็นเวลา 5 วัน มีอาการป่วยไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และมีรอยโรคที่ผิวหนังและสะดือหลายจุดบนใบหน้า มือ และอวัยวะเพศ
ผู้ป่วยรายนี้ทำการทดสอบด้วยวิธีการตรวจจับ PCR เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคฝีดาษลิง จากนั้นเขาก็กลับบ้าน 3 วันต่อมาผู้ป่วยไปที่ห้องฉุกเฉิน เพราะเขาตื่นขึ้นมากลางดึกพบว่ามีอาการแน่นหน้าอกที่แผ่ไปถึงแขนซ้ายบนจึงไปตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ พบว่ามีความผิดปกติ มีระดับโปรตีน C-reactive, creatine phosphokinase, troponin I ความไวสูง และ natriuretic peptide ในสมอง ซึ่งบ่งชี้ว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน และหลังจากอยู่ในโรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์ ผู้ป่วยก็หายดีและออกจากโรงพยาบาล
ผู้ป่วยรายนี้มีประวัติติดเชื้อโควิดมาก่อนหน้าจะเป็นโรคฝีดาษลิง 2 เดือน ประกอบกับโรคฝีดาษลิงเป็นไวรัสที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไวรัสชนิดอื่น ๆ อย่างโรคฝีดาษ ที่มีความเกี่ยวข้องกับปัญหาหัวใจและหลอดเลือด ดร.พินโฮ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ นักวิจัยกรณีดังกล่าวจึงคาดว่าโรคฝีดาษลิงอาจก่อให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันในกรณีนี้
เราเชื่อว่าการรายงานความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่เป็นไปได้นี้ สามารถสร้างความตระหนักมากขึ้นในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ว่าโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เป็นไปได้ที่เกี่ยวข้องกับโรคฝีดาษลิง ซึ่งอาจเป็นประโยชน์สำหรับการติดตามอย่างใกล้ชิดของผู้ป่วยที่ได้รับผลกระทบ เพื่อรับรู้ถึงภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ในอนาคต
ข้อโต้แย้งจากกลุ่มนักวิทยาศาสตร์
แม้การพบความเชื่อมโยงระหว่างโรคฝีดาษลิงและภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจะน่าสนใจ แต่ ดร.อาร์มันด์ บัลโบนี อดีตเจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยโรคติดเชื้อแห่งกองทัพสหรัฐฯ และ ดร.โจนาธาน เฟียลโคว์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ต่างให้ความเห็นว่า เรื่องเหล่านี้ไม่น่าแปลกใจที่จะเจอในผู้ป่วยโรคฝีดาษลิง
แต่เรายังไม่มีข้อมูลที่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าผู้คนที่ติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิง จะมีความเสี่ยงเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย เนื่องจากไวรัสทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นไวรัสอะไรก็ตามต่างสามารถก่อให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายได้
จำนวนผู้ป่วยที่แน่นอนยังคงต่ำ และขณะนี้ดูเหมือนจะไม่มีความเสี่ยงสูงในโรคฝีดาษลิง เมื่อเปรียบเทียบกับไวรัสอื่น ๆ
ผลวิจัยจากฝรั่งเศสพบวัคซีนป้องกันฝีดาษลิงใน "กลุ่มเสี่ยง-ผู้ป่วย" 96%
เผยสาเหตุ "ฝีดาษลิง" ทำไมถึงเกี่ยวข้องกับโรคหนองใน ซิฟิลิส และเหตุที่คุมยาก
ขอบคุณข้อมูลจาก : MedicalNewsToday