“น้ำกรด” อันตรายถึงชีวิต แนะวิธีปฐมพยาบาลก่อนสายเกินแก้
เปิดข้อมูล “น้ำกรด” สารเคมีที่มีพิษต่อร่างกายซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิต พร้อมแนะวิธีปฐมพยาบาลก่อนสายเกินแก้
น้ำกรดเป็นสารเคมีที่มีพิษต่อร่างกาย และบ่อยครั้งก็กลายเป็นอาวุธในการทำร้ายร่างกายกัน เหมือนเหตุการณ์แฟนเก่าบุกสาดน้ำกรดอดีตคนรักบาดเจ็บสาหัสที่เพิ่งเกิดขึ้นมาไม่นานนี้
ดังนั้นแล้วการโดนสาดน้ำกรดทำไมถึงอันตราถึงขั้นเสียชีวิตได้ และหากเราต้องตกอยู่ในสถานการณ์ดังกล่าว จะต้องรับมืออย่างไรนั้น ทีมข่าวนิวมีเดียพีพีทีวี ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ มาดังนี้
น้ำกรดอันตรายถึงชีวิต
น้ำกรดเป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง โดยสารเคมีทั่วไปจะแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ กรด และ ด่าง แต่ด่างจะมีความรุนแรงมากกว่ากรด คือ สามารถทำลายเปลือกตา เยื่อบุตา ผิวนอกของกระจกตา และยังสามารถแทรกซึมผ่านเข้าไปทำลายลูกตา ทำลายส่วนต่างๆภายในลูกตาได้ เช่น ทำให้เกิดม่านตาอักเสบ ต้อกระจก และต้อหิน
ส่วนกรด การทำลายมักจะจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณผิวชั้นนอกของลูกตา เปลือกตา เยื่อบุตา ผิวกระจกตา เนื่องจากคุณสมบัติของกรด เมื่อทำปฏิกิริยากับโปรตีนแล้ว ทำให้โปรตีนแข็งตัวรวมกัน เป็นเหมือนผนังกั้นไม่ให้กรดนั้นซึมผ่านเข้าไปในลูกตาได้อีก เพราะฉะนั้นการทำลายที่เกิดขึ้นกับกรดมักจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณชั้นผิวตื้นๆ เท่านั้น
ทั้งนี้ความรุนแรงของอาการบาดเจ็บเมื่อสัมผัสโดนกรด ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของสารเคมี ชนิดของกรด ระยะเวลาที่กรดสัมผัสกับร่างกาย และความรวดเร็วในการปฐมพยาบาลและการรักษาด้วย
ในกรณีที่น้ำกรดทำให้เสียชีวิต อาจเกิดจากโดนน้ำกรดสาดในปริมาณที่เยอะ ผิวสัมผัสน้ำกรดเป็นบริเวณกว้าง กรณีนี้ร่างกายจะเสียสารน้ำและเกลือแร่จนเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ หรือหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี แผลติดเชื้อ มีภาวะแทรกซ้อนก็อาจเสียชีวิตได้เช่นกัน
นอกจากนี้หากเป็นกรณีกินน้ำกรดเข้าไป ฤทธิ์ของน้ำกรดอาจกัดกร่อนหลอดอาหารและเพิ่มความเสี่ยงกระเพาะอาหารทะลุ ทำให้เสี่ยงเสียชีวิตมากขึ้นได้
ดื่มน้ำน้อยไปสุขภาพกายพัง "สูงอายุ- ป่วยเรื้อรัง" อันตรายถึงชีวิต
วิธีปฐมพยาบาลเมื่อถูกสาดน้ำกรด
สำหรับวิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถูกน้ำกรดสาดนั้น แพทย์หญิง มิ่งขวัญ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ให้ข้อมูลว่า หากเกิดขึ้น ให้ใช้น้ำเปล่า ล้างให้ได้มากที่สุด และ เร็วที่สุด หรือ จะเป็นน้ำเกลือ ก็ได้เช่นเดียวกัน โดยไม่ต้องขัด ถู เพื่อป้องกันการหลุดลอกของผิวหนัง และทำให้เกิดการแสบร้อนได้
หากอาการไม่รุนแรง ก็จะรักษาได้ด้วย การทายา รักษาตามอาการ แต่หากรุนแรง ก็อาจจะต้อง ผ่าตัด หรือ ใช้เนื้อเยื้อมาปิดแผลในส่วนที่เสียหาย
ถ้าอาการไม่เยอะมากก็ดูแลตัวเองได้ ถ้ามีอาการเยอะ หรือลงในชั้นลึก ก็มาพบแพทย์ แล้วก็ทำแผล ให้ยาป้องกันการติดเชื้อ อย่างเช่น ยาปฏิชีวนะ แล้วก็เรื่องของการดูแล ให้ผิวหนังที่มันเสียไปแล้วกลับคืนมาได้ยังไง ก็มีตั้งแต่ใช้ยาทา หรือถึงขั้นลอกผิวจากที่อื่ มาแปะที่ผิวที่เสียหายไปแล้ว
ขณะที่ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ให้ข้อมูลกรณีเมื่อโดนน้ำกรดแล้ว ควรปฏิบัติตัวอย่างไร มีข้อมูลดังนี้
1.) ตั้งสติ ประเมินสถานการณ์ว่าสามารถเข้าช่วยเหลือได้หรือไม่ โทรสายด่วน 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือทันที
2.) ตัดเสื้อผ้าบริเวณที่ถูกน้ำกรดสาดออก ควรใส่ถุงมือ หรือถุงพลาสติกเพื่อป้องกันตัวเอง
3.) ใช้กระดาษหรือผ้าชับน้ำกรดออกให้มากที่สุด ห้ามเช็ด เพราะอาจไปทำลายเนื้อเยื่อบริเวณนั้นได้
4.) ให้ใช้น้ำสะอาดปริมาณมาก ล้างในบริเวณที่ถูกน้ำกรดสาด ประมาณ 5 นาที ไม่ถูหรือขัด
5.) หากเข้าตาให้ล้างตาด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้ง ห้ามใช้น้ำยาล้างตา
6.) ใช้ผ้าสะอาด หรือ ผ้าก๊อชปิดแผล
7.) นำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที หรือรอรถพยาบาล
ขอขอบคุณข้อมูลจาก : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ เพจเฟซบุ๊ก Drama-addict
รู้ทัน “โรคต้อ” เช็กปัจจัยเสี่ยง-วิธีการรักษา ก่อนสูญเสียการมองเห็น
ปวดท้องอย่าชะล่าใจ หลอดเลือดแดงใหญ่อาจ "ปริ แตก" อันตรายถึงชีวิต