ดร.วสันต์ ยันพบผู้ป่วยโอมิครอน BA.2.75.2 ในไทย
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ โรงพยาบาลรามาธิบดี เผย ไทยพบ ผู้ติดโควิดโอมิครอน สายพันธุ์ BA.2.75.2 ซึ่งเป็นเจอเนอเรชัน 3 แล้ว 1 คน โดยหัวหน้าศูนย์ฯ แสดงความเป็นห่วง เพราะเป็นเชื้อที่แพร่ระบาดได้เร็ว หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้มากที่สุดในโลกตอนนี้
วันที่ 13 ก.ย. 2565 ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิตย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยกับทีมข่าว PPTV ระบุว่า หลังจากได้ตรวจดู ผลการสุ่มตรวจเชื้อสายพันธุ์โควิดต่างๆ ในไทย พบว่า ช่วงที่ผ่านมา ไทยได้พบกับเชื้อโควิด-19 โอมิครอน BA.2.75.2 ในไทยแล้ว 1 คน ซึ่งเป็นการส่งตัวอย่างมาตรวจในส่วนของ โรงพยาบาลเอกชน
ดร.วสันต์ บอกว่า เชื้อตัวนี้ ระบาดอย่างหนักในอินเดีย ซึ่งตอนนี้มีการแพร่ระบาด นำสายพันธุ์พ่อแม่ คือ สายพันธุ์ BA.2.75 และ ตัวพี่ คือ สายพันธุ์ BA.2.75.1 เรียบร้อยแล้ว เรียกว่าเป็นการกลายพันธุ์ “เจเนอเรชัน 3” เป็นสายพันธุ์ที่หลีกเลี่ยงภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุดในปัจจุบัน ส่วนที่สหรัฐอเมริกา เชื้อโควิดที่ระบาดคือ BA.4 / BA.5
อย่างไรก็ตาม มองว่า เชื้อตัวนี้ มีโอกาสระบาดในไทยได้มาก เพราะตอนนี้ไทยมีการเปิดประเทศ และทั่วโลกก็มีการบินไปมาหาสู่กันเป็นปกติแล้ว
สิ่งสำคัญคืออยากให้ภาครัฐ ให้ความสำคัญกับการสั่งวัคซีน เจเนอเรชัน 2 เข้ามา เพราะมีประสิทธิภาพวัคซีนสูงกว่า วัคซีนที่พัฒนามาจากเชื้อโควิดดั้งเดิม หรืออู่ฮั่น
ดร.วสันต์ ยังมองว่า นอกจากวัคซีนรุ่นใหม่แล้ว การเตรียมพร้อมเรื่องยารักษา ได้แก่ โมลนูพิราเวียร์ หรือแพกซ์โลวิด ก็ต้องทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่ายขึ้นด้วย
1 ตุลาคมนี้ ปรับ “โควิด-19” จากโรคติดต่ออันตราย เป็น “โรคเฝ้าระวัง”
สธ.แจงผลวิจัย “ฟาวิพิราเวียร์” ไทยพบยารักษาโควิดกลุ่มอาการน้อยได้