"อ.เจษฎ์ -นักอสรพิษวิทยา"ลงความเห็นคลิปงูในหูเป็นคอนเทนต์เรียกยอด
จากกระแสโซเชียลมิเดียที่มีการแชร์คลิปงูอยู่ในรูหูของหญิงสาวนั้น ทีมข่าวได้สอบถามไปยังผู้เชี่ยวชาญหลายแขนงต่างลงความเห็นพ้องว่าเป็นเฟคนิวส์ทำคอนเทนต์เรียกยอด
จากกรณีคลิปไวรัลที่มีการแชร์อยู่ในโซเชียลมีเดีย โดยต้นตอมาจาก ประเทศอินเดีย เป็นคลิปวิดิโอสั้นๆ แสดงให้เห็นว่ามีหัวลูกงูโผล่ออกมาจากรูหูของหญิงสาวรายหนึ่ง โดยมีคนที่อ้างว่าเป็นบุคลากรทางการแพทย์พยายามใช้แหนบเขี่ยและใช้น้ำหยอดเพื่อให้งูมีปฎิกิริยาตอบโต้และนำงูออกมาจากหูของหญิงสาวรายดังกล่าว
ทีมข่าวพีพีทีวีออนไลน์ ได้สอบถามไปยัง รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่าคลิปดังกล่าวมีข้อน่าสงสัยเยอะมาก
ซึ่งตนเองและเพื่อนอาจารย์ชีววิทยา มองว่ามีเกณฑ์เป็นเฟคนิวส์สูง เพราะคลิปดังกล่าวไม่ได้มีความพยายามในการนำงูออกจากหูตามเทคนิค และตามความจริงแล้วธรรมชาติของสัตว์จะต้องเอาหัวเข้าไปก่อน และสิ่งที่โผล่ออกมาควรจะเป็นหาง ซึ่งภาพที่ปรากฎคือส่วนหัวหันออกมาและเป็นไปไม่ได้ที่งูจะเข้าไปกลับตัวในหูเล็กๆของคน
ซึ่งมองว่าอาจจะเป็นการนำงูจริงๆมาตัดหัว และเอาเใส่ข้าไปในหูเพื่อทำคอนเทนส์เพราะงูเป็นสัตว์ที่ถึงแม้ถูกตัดหัวก็ยังมีการตอบสนองช่วงขณะ
และในอดีตยังไม่เคยมีรายงานพบงูเข้าไปในหูคนมีเพียงแมลงชนิดเล็กอย่างแมลงสาปที่เข้าไปและตายอยู่ในหู ซึ่งตามธรรมชาติเป็นไปไม่ได้ที่งูจะมุดเข้าไปในหูของคนโดยอยากให้ประชาชนเช็กก่อนแชร์คลิปเพราะในยุคนี้มีคนทำคอนเท้นส์ที่สร้างความแตกตื่นตกใจเยอะ
ข่าวปลอม! เล่นมือถือนานทำให้หน้าเบี้ยวผิดรูป
นอกจากนี้ทีมข่าวพีพีทีวีออนไลน์ ยังได้สอบถามไปที่ นายนิรุทธ์ ชมงาม หรือ ประธานกลุ่มอสรพิษวิทยา (นิค อสรพิษวิทยา) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านงู และเจ้าของเพจ Nick Wildlife ยืนยันเช่นเดียวกับอ.เจษฎ์ ว่าอาจจะเป็นข่าวปลอมเพราะจากคลิปความยาวของงูไม่ต่ำกว่า 20 เซนติเมตร ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปอยู่ในหูของคนได้ เพราะเยื้อแก้วหูของคนอยู่ห่างจากหูชั้นนอก 3-4 เซนติเมตรเท่านั้น ที่สำคัญการที่งูเข้าไปต้องมีเหตุผลไม่ใช่ว่าอยู่ๆจะเข้าไป อาทิ การเข้าไปเพื่อหาอาหาร(ในหูไม่มีอาหาร)และหลบภัย ตามหลักเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าไปกลับตัวในรูหูของคนเพื่อนำหัวออกมาอีกทั้งในคลิปไม่ได้มีความพยายามในการเอางูออกมา เป็นเพียงการกระตุ้นให้งูเกิดปฎิกิริยาเท่านั้นซึ่งไม่ใช่วิธีการทางการแพทย์ที่จะนำออกมา และมีโอกาสที่จะตัดช่วงหัวเพื่อทำคอนเท้นส์ เพราะสัตว์เลื้อยคลานแม้ตัดหัวก็มีชีวิตอยู่ได้อีกหลายนาทีโดยไม่ได้ผ่านกระบวนการทางสมอง
คุณนิค ยังระบุต่อว่า งูในคลิปคือ งูไซ (Bocourt'Water Snnake) ซึ่งเป็นงูน้ำชนิดหนึ่งมีพิษอ่อนไม่มีอันตรายต่อมนุษย์โดยตรง ซึ่งถ้าหากคนในคลิปจะไม่ได้รับอันตรายจากพิษเพราะพิษของงูจะอยู่ที่เขี้ยวแต่อาจจะมีเลือดงูและเชื้อโรคสะสมบ้างซึ่งอาจจะเกิดเป็นผลกระทบผ่านหลังได้
ที่มา : indianarrative
ข่าวปลอม! เช็กโรคหลอดเลือดตีบที่สมอง แค่ยืน-ก้มศีรษะ
ข่าวปลอม! "วิตามินบี" สามารถลดการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว