เกิดอะไรขึ้น ทำไมเด็กถึงเติบโตมาเป็น “อันธพาล” ก่อคดีอาชญากรรม
"ถ้าไม่ขัดขืน ก็คงไม่ตาย" คำนี้บอกอะไรเราได้บ้าง? สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้ตีแผ่ปัจจัยหลักและปัจจัยความเสี่ยง ที่ก่อให้เกิดอาชญากรรมคดีเล็กไปจนถึงคดีใหญ่อุกอาจโดยไม่รู้สึกผิดต่อการกระทำ พบเบื้องหลังเกิดจากการเลี้ยงดูที่ ให้ท้ายและตามใจอย่างมาก รวมถึงความรุนแรงในครอบครัว
ไม่ว่าจะถอดบทเรียนกี่ครั้งต่อกี่ครั้งในการใช้ความรุนแรงในสังคมไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี บทสรุปสุดท้าย ปัจจัยหลักก่อเกิดที่ครอบครัวและยาเสพติด ทีมข่าว พีพีทีวีออนไลน์ ได้หยิบยกบทความของสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ที่อธิบายเอาไว้ชัดเจนถึงปัญหาของเยาวชนที่เติบโตมาเป็นเด็กมีปัญหาด้านอารมณ์ลุกลามกลายเป็นอันธพาลอาชญากรต่อต้านสังคม
เฟซบุ๊ก สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ข้อมูลเชิงวิจัยถึงการประเมินและให้คำปรึกษาและบำบัดเยาวชนและครอบครัว
ซึ่งจิตแพทย์ซึ่งเป็นผู้เขียนได้มีประสบการณ์ บำบัดผู้ที่กระทำความผิดในคดีต่างๆเฉลี่ย 300-400 รายต่อปี ต่อเนื่องมา 7-8 ปี ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดและฐานความผิดทุกประเภท ทั้งลหุโทษและคดีที่รุนแรง โดยที่พบบ่อยแพทย์ได้บอกว่า เกี่ยวข้องกับสารเสพติด การลักทรัพย์ และทำร้ายร่างกายผู้อื่น ทั้งกรณีทำผิดคนเดียว หรือร่วมกันกระทำเป็นกลุ่มรวมถึงคดีที่พบน้อยกว่า แต่มีความรุนแรง เช่น คดีเยาวชนข่มขืนแล้ว,คดีที่เยาวชนชายร่วมกันปล้นแท็กซี่สูงวัยจนเสียชีวิต โดยมีการวางแผนเพื่อการหลบหนีได้ง่าย ซึ่งจากการซักประวัติการเลี้ยงดูจากครอบครัว ตั้งแต่เล็กจนเป็นวัยรุ่น ช่วยให้เข้าใจลักษณะนิสัย และพฤติกรรมเกเร ที่เริ่มเป็น "สัญญาณ" บ่งบอกความรุนแรง จากเด็กกลุ่มเสี่ยง ที่มีมาต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนวัยรุ่น และกลายเป็นเยาวชนที่กระทำผิดในช่วงเข้าสู่วัยรุ่น
-
ช่วงระยะต้น 11-13 ปี
-
ระยะกลาง14 -16 ปี
-
ระยะสุดท้าย 16-18 ปี
นิสัยและพฤติกรรมเป็นความต่อเนื่องของพลวัต หรือความเปลี่ยนแปลง (psychodynamic) ในกลไกทางจิตเกิดจากการเรียนรู้และสั่งสมประสบการณ์ในทางที่ผิด ก่อให้เกิดกระบวนการคิด ที่เป็นส่วนสำคัญของกลไกป้องกันทางจิต(defense mechanism)ในเด็กกลุ่มเกเร กลุ่มขาใหญ่ หรือ นิสัยอันธพาล ต่อต้านสังคม (antisocial ) ซึ่งจะพบลักษณะ 7 ดังข้อดังต่อไปนี้
- พฤติกรรมทั้งคำพูดหรือการกระทำที่แสดงออกถึง การเอาตัวเองเป็นใหญ่ (narcissistic) ไม่สนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร
- การปฎิเสธไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดของตนเอง (denial)
- มักกล่าวโทษผู้อื่นรวมถึงเหยื่อที่ถูกทำร้าย (projection) ว่าเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตนเองต้องกระทำความรุนแรง
- มักหาเหตุผลที่เข้าข้างตัวเอง(rationalization) ในสิ่งที่ตนเองทำผิด
- การไม่รู้สึกสำนึกถึงความผิด (non regretful)
- อารมณ์โกรธที่รุนแรง (intense anger) มักควบคุมไม่ได้ รวมถึงหงุดหงิดง่าย ในเรื่องเล็กน้อย
- สายตา ท่าทีที่ไม่เป็นมิตร ก้าวร้าว (hostile/aggressive)
นอกจากนี้จิตแพทย์ ได้อธิบายถึงปัจจัยหลักที่ทำให้เด็กก่อคดีต่อ โดยการซักประวัติเยาวชนกลุ่มกระทำผิดรุนแรง พบว่าการเลี้ยงดูเป็นไปด้วยการ"ตามใจอย่างมาก" ซึ่งมีส่วนสำคัญทำให้เด็กขาดการยับยั้งใจ และเรียนรู้ที่จะใช้อารมณ์ในทางที่ผิดต่อผู้อื่นเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เกิดขึ้นมาก่อนตั้งแต่เล็ก มากกว่าการที่เขาตกเป็นเหยื่อ ถูกกระทำหรือการไม่ได้รับการยอมรับ ขาดความรักในครอบครัวมาก่อน
ในกรณีของเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อของอารมณ์ หรือถูกกระทำร้าย ทางร่างกายรุนแรง ก็พบได้บ้าง แต่เป็นส่วนน้อยกว่ากรณีที่เยาวชนถูกตามใจอย่างมากมาก่อนจากประสบการณ์ทางคลินิกของผู้เขียนเอง พบว่า การตามใจอย่างมาก (over indulgence) หรือ spoil พบบ่อยและพบมาก เป็นสาเหตุให้เด็กก้าวร้าว ในบริบทของการเลี้ยงดูแบบ "สังคมไทย" ซึ่งการตามใจมาก เป็นปัจจัยสำคัญ ของเด็กกลุ่มเสี่ยง และกลุ่มกระทำผิดใช้สารเสพติด ก่อคดี
จิตแพทย์เผยปัจจัย "เด็ก" ก่อเหตุรุนแรง แนะสร้างความเข้าใจภายในครอบครัว
มันยังเล็กอยู่ ปล่อยให้มันร้องอยู่ได้ น่ารำคาญ น้องแค่อยากได้ของเล่นพี่ อยากเอามาขอดูแค่นี้ ทำไมพี่ไม่มีน้ำใจแบ่งให้
ทั้งที่คนน้องโวยวายใช้อารมณ์และแย่งของพี่ไป แต่ผู้ใหญ่ก็พูดให้การกระทำผิดของน้องเบาลง ยิ่งทำให้เด็กเอาแต่ตัวเองเป็นใหญ่ในบ้าน ขาดการยับยั้งใจในทุกเรื่อง เกิดการเรียนรู้เป็นนิสัย ทำให้เด็กเป็นผู้กระทำผิดได้ โดยไม่รู้สึกผิด หรือสำนึกในความผิดของตน เพราะมีคนมาคอยให้เหตุผลเข้าข้าง ตั้งแต่เล็กจนโตก่อนช่วงเข้าวัยรุ่น
ในอีกด้านหนึ่งการลงโทษด้วยการใช้อารมณ์รุนแรง ดุ ตีบ่อย ในเรื่องทั่วไป เช่น ดื้อไม่ฟัง ทำให้เด็กเก็บกด สั่งสมความก้าวร้าวได้เช่นกัน เพราะรู้สึกว่าไม่ได้รับความเห็นใจ (empathy)และ physical abuse หรือการถูกกระทำ ลงโทษด้วยการตีในช่วงที่เด็กโตแล้ว ก่อนเข้าวัยรุ่น ก็ส่งผลให้เขาเป็น 'ผู้กระทำ' ที่ใช้ความรุนแรง ตอบโต้เมื่อโกรธคนอื่น ก็จะลงมือทำร้าย ไม่เจรจา ในเรื่องเล็กน้อยที่ขัดแย้งทั่วไปในกรณีแบบนี้ ผู้ใหญ่จึงเป็นแบบอย่าง เป็น 'ต้นแบบ' ของการตัดสิน แก้ไขปัญหาด้วยการใช้กำลังขอบคุณ : บทความโดย นพ.สมชาติ สุทธิกาญจน์ จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
เฟซบุ๊ก : สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย
ป่วยจริงไม่หงายการ์ด “ป่วยจิตเวช” แบบไหนละเว้นโทษได้
ปัญหาสุขภาพจิตไทยพุ่ง 3.3 หมื่นคน สธ.เร่งขยายสิทธิด้านรักษา