ผลวิจัย “ยาฟาวิพิราเวียร์” ผู้ป่วยโควิดดีขึ้น 79% สธ.วอนหยุดด้อยค่าเหมือนวัคซีน
กรมควบคุมโรค ชี้ผลการวิจัยการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์รักษาผู้ป่วยโควิด-19 พบคนไข้มีอาการดีขึ้น 79% มากกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ ขอให้ประชาชนอย่าด้อยค่ายาฟาวิพิราเวียร์ เพราะจะทำให้เสียโอกาสเหมือนวัคซีน
นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงประโยชน์ของการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ว่า ขณะนี้ไทยยังมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก โดยก่อนหน้านี้ได้มีการนำยาต้านไวรัสที่มีอยู่เดิมและได้รับการขึ้นทะเบียนว่าปลอดภัยกับคนไทย มาทดลองใช้กับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้ง ยาต้านไวรัสเอดส์ ยารักษาไข้หวัดใหญ่ ซึ่งผู้ป่วยหลายคนมีอาการดีขึ้น
ทั้งนี้จนในระยะหลังพบว่ายาฟาวิพิราเวียร์ มีการขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ในการรักษาไข้หวัดใหญ่ ก็ถือเป็นยาที่ทำให้ผู้ป่วยโควิด-19 หลายรายอาการดีขึ้น
โดยผลวิจัยการใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ ที่กรมควบคุมโรคร่วมกับหลายภาคส่วนในการวิจัยพบว่า กลุ่มที่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์มีอาการดีขึ้น 79% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ที่อาการดีขึ้นเพียง 32% ทำให้คณะผู้วิจัยมีความมั่นใจว่ายาฟาวิพิราเวียร์ทำให้อาการดีขึ้น
ขณะที่การให้ยาฟาวิพิราเวียร์ จะให้วันละ 1,800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้งในวันแรก จากนั้นจะให้ 800 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ต่อมาอีก 4 วัน ซึ่งผ่านมาเจ้าหน้าที่รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ด้วยยาฟาวิพิราเวียร์เป็นล้านคนแล้ว จึงขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในยาที่ใช้รักษา อย่าด้อยค่ายาที่ใช้รักษา เพราะจะทำให้เสียโอกาส เหมือนกรณีก่อนหน้านี้ที่มีการด้อยค่าวัคซีน
สำหรับสถานการณ์ภาพรวมทั้งประเทศ ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 วันนี้ (20 มี.ค.65) พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 24,996 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่ 24,965 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 31 ราย ส่งผลให้ตั้งแต่ 1 มกราคม2565 - 19 มีนาคม 2565 มีผู้ป่วยสะสม 1,130,543 ราย
ด้านผู้ป่วยรักษาหายจากโควิด-19 รายใหม่ 22,292 ราย รวมผู้หายป่วยสะสม ตั้งแต่ 1 มกราคม2565 - 19 มีนาคม 2565 ที่ 921,090 ราย อยู่ระหว่างการรักษาตัว 240,139 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 84 ราย