สธ. ปรับแนวทางให้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” เร็วขึ้น รักษาผู้ป่วยโควิดแม้อาการไม่รุนแรง


โดย PPTV Online

เผยแพร่




กระทรวงสาธารณสุข ได้ปรับปรุงแนวทางล่าสุด ในการดูแลผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยให้ ยาฟาวิพิราเวียร์ รักษาผู้ป่วยตามลักษณะอาการต่าง ๆ

ยารักษาโควิดไทย “ฟาวิพิราเวียร์” ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว พร้อมแจกจ่ายผู้ป่วย ส.ค.นี้

ทำความรู้จักยารักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ของไทยที่นำมาใช้

ส่องมาตรการกักตัวที่บ้าน (home isolation) และการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ในต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายแพทย์อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา โพสต์เฟซบุ๊กเผยเอกสารของกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ออก  แนวทางเวชปฏิบิติการวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  หรือโควิด (COVID-19) ฉบับปรับปรุงวันที่ 21 ก.ค. 2564  สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข โดยเอกสารดังกล่าวมีแนวทางการให้ยาฟาวิพิราเวียร์ รักษาโควิด-19 ตามอาการของผู้ป่วย ดังนี้

สธ. ปรับแนวทางให้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” เร็วขึ้น  รักษาผู้ป่วยโควิดแม้อาการไม่รุนแรง

 

สธ. ปรับแนวทางให้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” เร็วขึ้น  รักษาผู้ป่วยโควิดแม้อาการไม่รุนแรง

1. ผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ไม่มีอาการอื่น ๆ หรือสบายดี (Asymptomatic COVID-19)

  • แนะนำให้แยกกักตัวที่บ้านหรือในสถานที่รัฐจัดให้อย่างน้อย 14 วัน นับจากวันที่ตรวจพบเชื้อ ระยะเวลาการกักตัว (ในสถานพยาบาลรวมกับที่บ้าน) อาจนานกว่านี้ในผู้ป่วยบางรายขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์
  • ให้ดูแลรักษาตามดุลยพินิจของแพทย์ ไม่ให้ยาต้านไวรัส เนื่องจากส่วนมากหายได้เองและอาจได้รับผลข้างเคียง จากยา
  • พิจารณาให้ยาฟ้าทะลายโจรในกลุ่มที่ไม่มีอาการขึ้นกับดุลยพินิจของแพทย์
 

2. ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง/โรคร่วมสำคัญ ภาพถ่ายรังสีปอดปกติ (Symptomatic COVID-19 without pneumonia and no risk factors for severe disease)

  • พิจารณาให้ ยาฟาวิพิราเวียร์  เริ่มให้ยาเร็วที่สุด
  • หากตรวจพบเชื้อมาเกิน 7 วัน และผู้ป่วยไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยอาจไม่จำเป็นต้องให้ยาต้านไวรัส เพราะผู้ป่วยกลุ่มนี้น่าจะหายได้เองโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน
  • แนะนำให้แยกกักตัวที่บ้านหรือในสถานที่รัฐจัดให้ หากเข้าเกณฑ์ที่จะรับการรักษาแบบ home isolation หรือ community isolation ก็สามารถให้การรักษาในลักษณะดังกล่าวได้ โดยให้ปฏิบัติตามหลักการแยกโรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เป็นเวลาอย่างน้อย (รวมทุกระบบการรักษา) 14 วัน นับจากวันที่เริ่มมีอาการหรือจนกว่าอาการ จะดีขึ้น อย่างน้อย 24-48 ชั่วโมง
 

3. ผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง หรือ มีโรคร่วมสำคัญ หรือผู้ป่วยที่มีปอดบวม (pneumonia) เล็กน้อย ซึ่งไม่เข้าเกณฑ์ข้อ 4 (COVID-19 with risk factors for severe disease orhaving co-morbidity or mild pneumonia) ปัจจัยเสี่ยงข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ได้แก่ อายุ >60 ปี โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมโรคปอดเรื้อรังอื่น " โรคไตเรื้อรัง (CKD) โรคหัวใจและหลอดเลือดรวมโรคหัวใจแต่กำเนิด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ ภาวะอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 90 กก. หรือ BMI 230 กก/ตร.ม) ตับแข็ง ภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และ ลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) น้อยกว่า 1,000 เซลล์/ลบ.มม. หรือผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีแนวโน้มที่จะมีความรุนแรงของโรคมากขึ้น แนะนำให้รักษาในโรงพยาบาล โดยให้อยู่ในระบบการรักษาและการแยกโรคอย่างน้อย 14 วัน นับจากวันที่เริ่มมีอาการหรือจนกว่าอาการจะดีขึ้น (อาจอยู่โรงพยาบาลน้อยกว่า 14 วัน แล้วกลับไปกักตัวต่อที่บ้านจนครบ 14 วัน)

  • แนะนำให้ยาฟาวิพิราเวียร์โดยเริ่มให้ยาเร็วที่สุด ให้ยานาน 5 วัน หรือมากกว่า ขึ้นกับอาการทางคลินิกตามความเหมาะสมหรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
  • พิจารณาให้ คอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroid) ร่วมกับยาฟาวิพิราเวียร์ ในกรณีที่มีผู้ป่วยมีอาการและภาพถ่ายรังสีปอดที่แย่ลง คือ มี progression of infiltrates หรือค่า room air Sp02 =96% หรือพบว่ามี Sp02 ขณะออกแรงลดลง 23% ของ ค่าที่วัดได้ครั้งแรก (exercise-induced hypoxia)
 

4. ผู้ป่วยยืนยันที่มีปอดบวมที่มี hypoxia (resting O2 saturation <96 %) หรือมีภาวะลดลงของออกซิเจน Sp02 23% ของค่าที่วัดได้ครั้งแรกขณะออกแรง (exercise-induced hypoxemia) หรือภาพรังสีทรวงอกมี progression ของ pulmonary infiltrates

  • แนะนำให้ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นเวลา 5-10 วัน ขึ้นกับอาการทางคลินิก
  • อาจพิจารณาให้ยา โลปินาเวียร์/ริโตนาเวียร์ (lopinavir/ riton avir) 5-10 วัน ร่วมด้วย (ตามดุลยพินิจของแพทย์)
  • แนะนำให้ corticosteroid ดังตารางที่ 1
 

การรักษาโควิด-19 ในผู้ป่วยเด็ก น้อยกว่า 15 ปี ให้ใช้ยาในการรักษาจำเพาะดังนี้ โดยมีระยะเวลาในการนอนโรงพยาบาลเหมือนผู้ใหญ่

1. ผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ไม่มีอาการ (Asymptomatic COVID-19)

  • แนะนำให้ดูแลรักษาตามดุลยพินิจของแพทย์
2. ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดบวม ไม่มีปัจจัยเสี่ยง (Symptomatic COVID-19 without pneumonia and no risk factors)

  • แนะนำให้ดูแลรักษาตามอาการ พิจารณาให้ ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นเวลา 5 วัน
3. ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยง หรือมีอาการปอดบวม (pneumonia) เล็กน้อยไม่เข้าเกณฑ์ข้อ 4 (Symptomatic COVID-19 without pneumonia but with risk factors) ปัจจัยเสี่ยง/โรคร่วมสำคัญ ได้แก่ อายุน้อยกว่า 1 ปี และภาวะเสี่ยงอื่น ๆ เหมือนเกณฑ์ในผู้ใหญ่ แ

  • แนะนำให้ ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นเวลา 5 วัน อาจให้นานกว่านี้ได้หากอาการยังมาก โดยแพทย์พิจารณาตามความเหมาะสม
4. ผู้ป่วยยืนยันที่มีอาการปอดบวม หายใจเร็วกว่าอัตราการหายใจตามกำหนดอายุ (60 ครั้งต่อนาที ในเด็กอายุน้อยกว่า 2 เดือน, 50 ครั้ง/นาที ในเด็กอายุ 2-12 เดือน, 40 ครั้ง/นาที ในเด็กอายุ 1-5 ปี, 30 ครั้ง/นาที ในเด็กอายุมากกว่า 5 ปี)

  • แนะนำให้ ยาฟาวิพิราเวียร์ เป็นเวลา 5-10 วัน (อาจพิจารณาให้ร่วมกับ lopinavir/ritonavir เป็นเวลา 5-10 วัน)
  • แนะนำให้ corticosteroid ดังตารางที่ 1
 

สธ. ปรับแนวทางให้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” เร็วขึ้น  รักษาผู้ป่วยโควิดแม้อาการไม่รุนแรง

คำแนะนำในการดูแลรักษา

- จากการวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังของผู้ป่วย 744 ราย ในประเทศไทย พบว่าปัจจัยสำคัญที่ลดความเสี่ยงของภาวะรุนแรง ได้แก่ การใช้ high flow oxygenation การใส่ท่อช่วยหายใจ การเข้าหอผู้ป่วยวิกฤตหรือเสียชีวิต คือ การได้รับการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ เร็ว ภายใน 4 วัน ตั้งแต่เริ่มมีอาการ นอกจากนี้ การศึกษาหลายรายงานพบว่า ยาฟาวิพิราเวีย ช่วยลดปริมาณไวรัสได้ดี ดังนั้นควรให้ยา เร็วก่อนที่ผู้ป่วยจะมีอาการหนัก และพิจารณาให้ผู้ป่วยที่มีอาการมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโรคร่วม ควรเริ่มให้ยาเร็วที่สุด

 

- Exercise-induced hypoxia ทำโดยการให้ผู้ป่วยปั่นจักรยานอากาศ (นอนหงายแล้วปั่นขาแบบปั่นจักรยาน) นาน 3 นาที หรืออาจให้เดินข้างเตียงไปมา 3 นาที ขึ้นไป แล้ววัดค่า Sp02 เทียบกันระหว่างก่อนทำและหลังทำ หากมี SpO2 drop 23% ขึ้นไป ถือว่า "ผลเป็นบวก"

 

- การใช้ยาฟาวิพิราเวีย ในหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสเกิด teratogenic effect ดังนั้น ในกรณีที่ผู้ป่วยเป็นหญิงวัยเจริญพันธุ์ควรพิจารณา ตรวจการตั้งครรภ์ก่อนเริ่มยานี้ ให้พิจารณาเริ่มยาต้านไวรัสตามข้อบ่งชี้เช่นเดียวกับผู้ป่วยอื่น เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบ่งซี้ที่ว่า remdesivir จะให้ประโยชน์เฉพาะในผู้ที่มีปอดอักสบและต้องใช้ออกซิเจนรักษาเท่านั้น จึงมีข้อพิจารณาเพิ่มเติม ดังนี้

  • หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ที่อาการไม่รุนแรง ไม่มีปอดอักเสบ ให้รักษาตามอาการ
  • หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสที่ 1 ที่มีปอดอักเสบ อาจพิจารณาใช้ remdesivir เนื่องจากมีข้อมูลความปลอดภัยของการใช้ remdesivir ในหญิงตั้งครรภ์จำนวนหนึ่ง และไม่มีรายงานผลกระทบต่อทารกในครรภ์
  • หญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 และ 3 ถ้าแพทย์พิจารณาแล้วว่าจะได้ประโยชน์จาก ยาฟาวิพิราเวียร์ มากกว่าความเสี่ยง อาจจะ พิจารณาใช้ ยาฟาวิพิราเวียร์ ในรายที่มีอาการไม่รุนแรง โดยมีการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วยและญาติ แต่ถ้ามีปอดอักเสบ อาจพิจารณาใช้ remdesivir
  • การติดเชื้อจากแม่สู่ลูกแบบ vertical transm ission นั้น พบน้อย ประมาณร้อยละ 2-5 และส่วนใหญ่ของทารกไม่เกิดอาการ รุนแรง และหญิงมีครรภ์ที่ติดเชื้อมีโอกาสที่จะเกิดอาการรุนแรงได้ ดังนั้นการรักษาจึงเน้นการรักษาแม่เป็นหลัก
 

- การศึกษาขององค์การอนามัยโลก พบว่า rem desivir ไม่ช่วยลดอัตราตาย องค์การอนามัยโลกจึงไม่แนะนำให้ใช้ เรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) นอกเหนือจากในงานวิจัย แต่การศึกษาในประเทศสหรัฐอเมริกา ยังชี้ว่ายานี้อาจจะมีประโยชน์ ข้อบ่งชี้ในการพิจารณาให้ เรมเดซิเวียร์ กรณีดังต่อไปนี้

  • ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีปอดอักเสบ
  • มีข้อห้ามบริหารยาทางปากหรือมีปัญหาการดูดซึม โดยให้เลือกใช้ ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือ เรมเดซิเวียร์ อย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ใช้ร่วมกันเนื่องจากยาออกฤทธิ์ที่ตำแหน่งเดียวกัน
สธ. ปรับแนวทางให้ “ยาฟาวิพิราเวียร์” เร็วขึ้น  รักษาผู้ป่วยโควิดแม้อาการไม่รุนแรง

คอนเทนต์แนะนำ
"มิลลิ" แร็ปเปอร์สาว ขึ้นโรงพักตามนัด "บิ๊กตู่" แจ้งความเองฐาน "ดูหมิ่น" ตร.ไล่เช็กโพสต์อื่น จ่อเอาผิดอีก!
"มิลลิ" แร็ปเปอร์สาว ขึ้นโรงพักตามนัด "บิ๊กตู่" แจ้งความเองฐาน "ดูหมิ่น" ตร.ไล่เช็กโพสต์อื่น จ่อเอาผิดอีก!
ทร.แจงจัดหาอากาศยานไร้คนขับ เพื่อภารกิจลาดตระเวนทางทะเล
ทร.แจงจัดหาอากาศยานไร้คนขับ เพื่อภารกิจลาดตระเวนทางทะเล

 

widget-covid-bg

เกาะติดสถานการณ์ โควิด-19

จำนวนผู้ป่วยที่พบในไทย

ผู้ติดเชื้อรายใหม่
319
ผู้เสียชีวิต
8
รักษาหาย
1,145
ดูข้อมูลและข่าวโควิด-19 ทั้งหมด

อัปเดตข่าวล่าสุดก่อนใคร Add friend ได้ที่ @PPTVOnline

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สุขภาพ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ