เตือน! พิษแมงดาทะเลถ้วย(เห-รา)ร้ายแรง มี.ค.เสียชีวิตแล้ว 2 ราย
กรมควบคุมโรค “พยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์” ประจำสัปดาห์ที่ 12 (วันที่ 26 มีนาคม – 1 เมษายน 2566) เตือนภัยจากแมงดาทะเลถ้วยหรือ เห-รา หลังกลางเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พบเสียชีวิตแล้ว 2 ราย เผยอาการรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ภายใน 2 ชั่วโมง หากไม่ทราบชนิดแมงดาทะเลหรือแยกไม่ออกไม่ควรกิน
กรมควบคุมโรค เผยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (ปี 2561-2565) พบเหตุการณ์การรับประทานแมงดาทะเลที่มีพิษ รวม 6 เหตุการณ์ มีข้อมูลผู้รับประทาน 38 ราย ในจำนวนนี้ป่วย 18 ราย และเสียชีวิตรวม 5 ราย มีอัตราป่วยตายสูงถึงร้อยละ 27.8 (เสียชีวิตประมาณ 1 ใน 3 ราย) ส่วนใหญ่เกิดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่มาของแมงดาทะเลมีทั้งที่จับเองและซื้อจากร้านอาหารหรือตลาด
โดยมีรายงานว่าเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 มีการรับประทานแมงดาทะเลมีพิษเป็นเหตุการณ์แรกของปี 2566 มีผู้ร่วมรับประทาน 7 ราย เสียชีวิต 2 ราย และป่วย 5 ราย
อาการที่พบคือ คลื่นไส้ อาเจียน แขนขาไม่มีแรง หายใจผิดปกติรู้สึกชาลิ้นและปาก ปลายมือ ปลายเท้า ผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ราย หลังจากรับประทาน จะเริ่มมีอาการภายใน 3 ชั่วโมง และเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง” คาดว่าในช่วงสัปดาห์นี้จะมีโอกาสพบผู้รับประทานแมงดาทะเลที่มีพิษได้มากขึ้น เนื่องจากยังอยู่ในช่วงฤดูวางไข่ของแมงดาทะเล ซึ่งจะพบแมงดาทะเลชุกและมีไข่
โดยเฉพาะแมงดาถ้วยเป็นสัตว์ทะเลที่มีพิษ tetrodotoxin หรือ saxitoxin เช่นเดียวกับปลาปักเป้า เป็นสารพิษที่ละลายน้ำได้ดี ทนความร้อน พิษจะยับยั้งการทำงานของระบบประสาท
ป่วยมักมีอาการหลังรับประทานอาหาร 30 นาที โดยมีอาการหูอื้อ และไร้ความรู้สึก เริ่มจากรอบปาก และแพร่ไปยังคอ และหน้า จากนั้นจะปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน ท้องร่วง และอาจเสียชีวิต ภายใน 2 ชั่วโมงหลังจากเริ่มมีอาการ
แมงดาทะเลไทยมีอยู่ 2 ชนิด คือ
- แมงดาถ้วย หรือ เห-รา ตัวเล็กกว่าหางกลมเรียบ แมงดาชนิดนี้เป็นแมงดาที่มีพิษ ทั้งในเนื้อและไข่
- แมงดาจาน ที่ตัวใหญ่กว่าแต่หางรูปสามเหลี่ยมมีรอยหยัก แมงดาชนิดนี้เป็นแมงดาที่ไม่มีพิษ สามารถรับประทานได้
สาวกินแมงดาทะเล เกิดอาการแพ้ สุดท้ายเสียชีวิต
กรมควบคุมโรค ระบุว่า แมงดาทั้งสองชนิดนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญสูงในการจำแนก จึงขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังในการรับประทานอาหารทะเลจำพวก “แมงดาทะเล” หากไม่ทราบชนิดหรือแยกไม่ออกไม่ควรนำมารับประทาน เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีพิษรุนแรง มีโอกาสเสียชีวิตสูง หากมีประชาชนสงสัยว่าได้รับพิษหรือมีอาการผิดปกติตามอาการข้างต้น ขอให้รีบไปพบแพทย์ทันที และแจ้งประวัติการรับประทานอาหารที่สงสัย เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422”
กรมควบคุมโรค ติดตามไข้หวัดนก(H5N1 )ในกัมพูชา เผยอัตราป่วยเสียชีวิตสูง 53 %
เตือนสายแซ่บระวัง"โรคไข้หูดับ"เผยต้นปีเสียชีวิตแล้ว 1 ราย คาดแนวโน้มสูงขึ้น