จับตาสงกรานต์จุดชี้ขาด “โควิด”เป็นโรคประจำถิ่นได้หรือไม่
แพทย์ศิริราช ระบุว่า หลังสงกรานต์ปีนี้จะเป็นจุดชี้ขาดว่า ไทยพร้อมหรือไม่กับการเปลี่ยนโควิดให้เป็นโรคประจำถิ่น
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหลืออีก 3 สัปดาห์ จะเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ หลายฝ่ายคาดว่าการเดินทางกลับภูมิลำเนาอาจทำให้การระบาดโรคโควิดมากขึ้น โดยเฉพาะในคนสูงอายุ
ขณะเดียวกันนายแพทย์ ประสิทธิ์ วัฒนาภา คณะบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ระบุว่า หลังสงกรานต์จะเป็นจุดชี้ขาดและเห็นข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ว่า ไทยพร้อมหรือไม่กับการเปลี่ยนโควิดให้เป็นโรคประจำถิ่น
“ถ้าสมมุติเราผ่านช่วงสงกรานต์นี้ไปได้ดี แล้วคนฉีดวัคซีนเราเยอะขึ้นไปเรื่อย ๆ อีก สิ่งที่เราเชื่อว่าจเกิดขึ้นในสังคมไทยคือ คนที่ติดเชื้อ อย่าลืมเราติดเชื้อ 20,000 กว่าคนทุกวันเวลานี้ ติดเชื้อแล้วเสียชีวิตยังน้อย ไม่ใช่เลข 3 หลัก นั่นหมายความว่า 20,000 คนไทยที่หายจากการติดเชื้อ ก็มีภูมิขึ้น เท่ากับเราจะมีคนที่มีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้น ทั้งจากฉีดวัคซีน กับที่หายจากโรคเพิ่มขึ้นในสังคม ผมเชื่อว่าตอนนั้นก็จะเห็นข้อบ่งชี้ต่าง ๆ ทั้ง 4 ข้อ ที่จะเคลื่อนเข้าสู่โรคประจำถิ่นได้ในที่สุด” นายแพทย์ ประสิทธิ์ ระบุ
สำหรับข้อบ่งชี้ 4 ข้อ ในความหมายของนายแพทย์ประสิทธิ์ คือ 1) บุคคล 2) กิจกรรม 3) สถานที่ และ 4) ช่วงเวลาเสี่ยง โดยสถานการณ์ของไทยขณะนี้มีการผ่อนคลายให้ทำกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น และยิ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ก็ถือเป็นช่วงเวลาเสี่ยง เช่นสงกรานต์ปีที่แล้วไทยพบผู้ติดเชื้อจำนวนมากจากการระบาดของเชื้อเดลตา แต่หากเทียบสถานการณ์ในตอนนั้น กับตอนนี้นั้นแตกต่างกัน ปีนี้ไทยมีวัคซีน และสายพันธุ์ที่ระบาดเป็นโอมิครอน ซึ่งไม่ได้รุนแรงเหมือนก่อน
ครม.เคาะ 8,458 ล้านบาท จ่ายค่าเสี่ยงภัยโควิด - ซื้อยาแพกซ์โลวิด "ไฟเซอร์"
นายแพทย์ประสิทธิ์ ระบุอีกว่า คาดว่าสงกรานต์ปีนี้จะมีคนเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดกันมาก เพราะบางคนอดทนตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งให้งดการเดินทางจึงเน้นย้ำเรื่องของการดูแลตัวเองให้ปลอดภัย ตรวจ ATK ก่อนที่จะกลับไปเพื่อไม่นำเชื้อกลับไปแพร่ให้คนที่บ้าน เพราะสิ่งที่ไม่อยากเห็นคือ ผู้ป่วยหนัก และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น
“สิ่งที่เราคิดว่าอาจจะเกิดขึ้น คือ ตัวเลขการติดเชื้อต่อวัน มีแนวโน้ม เพราะเราเจอโอมิครอน ซึ่งมันติดง่ายอยู่แล้ว ขณะเดียวกันมันติดในคนที่ไม่มีอาการอะไรเลย เพราะฉะนั้นโอกาสที่ใครซักคนเดินทางไปหาครอบครัว บุพการี แล้วมั่นใจว่าตัวเองไม่มีเชื้อ เพราะเราคงไม่ตรวจกันทุกคน แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็ต้องระวังว่า เราอาจจะนำเชื้อไปให้ท่าน สิ่งที่ไม่ต้องการให้เกิดเลย ตัวเลขขึ้น เราคาดการณ์ว่า จะเกิด แต่เราไม่อยากเห็นอัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้น” นายแพทย์ ประสิทธิ์ ระบุ
เครียดจิตตกช่วงโควิด-19 จิตแพทย์แนะ3วิธีรับมือสู้ไวรัสร้ายทุกระลอก
นายแพทย์ประสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนกลุ่มผู้สูงอายุ ไปฉีดวัคซีน ส่วนคนที่ฉีดไป 2 เข็มเกิน 3 เดือนให้รีบไปฉีดเข็มกระตุ้น เพราะข้อมูลช่วง 3 สัปดาห์เต็มพบผู้เสียชีวิตจากโควิด เฉลี่ย 50-60% เป็นผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน 30 % ได้รับวัคซีนเพียง 2 เข็ม เกิน 3 เดือนแล้ว และ 5-10% คือคนที่ฉีดวัคซีนเพียงเข็มเดียว และผู้เสียชีวิตจากโควิดส่วนใหญ่ 80-90%เป็นกลุ่ม 608 คือ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้มีโรคเรื้อรัง ถ้าเราอยากให้หลังสงกรานต์มีความสุข ขอเชิญชวนคนกลุ่มนี้ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุกว่า 2 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้ไปฉีดวัคซีน