เตือนภัย! หนุ่มโพสต์ซื้อลองกองแถมแมงป่อง ระวังผลไม้หน้าฝน!
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์เตือน ซื้อผลไม้ลองกองมา 2 กิโลกรัม เจอแมงป่องซ่อนอยู่ 4 ตัว ควรแช่น้ำก่อนนำมากิน ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเผยพิษ“แมงป่องทวยยายมัน” จัดอยู่ในกลุ่มที่มีพิษร้ายแรงจริง แต่ไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิต
ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Tanadul Pengmeesri โพสต์เตือนภัยซื้อผลไม้ลองกองมา 2 กิโลกรัมแต่ปรากฏว่ามีแมงป่องซ่อนอยู่ในพวง และคุณแม่ก็โดนแมงป่องต่อย เพราะไม่รู้ว่ามีแมงป่องซ่อนอยู่ จากนั้นลองเอาพวงลองกองไปแช่น้ำเจอมีแมงป่องซ่อนอยู่ 4 ตัว จึงนำมาโพสต์เตือนภัย
แมงป่อง(Scorpions) ในประเทศไทยมีหลายชนิดเช่น แมงป่องชนิด Keterometrus longimanus มีขนาดตัวใหญ่ที่สุดพบทางภาคเหนือ แมงป่องบางชนิดมีพิษไม่รุนแรง บางชนิดพิษรุนแรงมาก อาจทำให้ตายได้ แมงป่องมีรูปร่างคล้ายปู มีขนาดยาว 2-10 เซนติเมตร ลำตัวประกอบด้วยส่วนหัวและอกรวมกัน
ส่วนท้องลักษณะยาวและแบ่งเป็นปล้องๆ ส่วนปากมีลักษณะเป็นก้ามขนาดใหญ่คล้ายก้ามปูไว้สำหรับจับเหยื่อ ส่วนหางมี 5 ปล้อง ปลายหางยกขึ้น ปล้องสุดท้ายมีอวัยวะสำหรับใช้ต่อยและมีต่อมพิษอยู่ที่ส่วนปลาย
ขณะที่ รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุผ่าน เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ เคยโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวไว้ว่า "แมงป่องเล็กๆ ซ่อนในลองกอง มีพิษร้ายจริง แต่ไม่ได้อันตรายถึงตาย
โดย ผศ.ดร. ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ Natapot Warrit อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า แมงป่องตัวดังกล่าวที่ปรากฎในข้อความที่แชร์เตือนกัน จะเป็นชนิดที่มีชื่อภาษาไทยว่า "ทวยยายมัน" หรือ "ทูไยมัน" ทางภาคอีสานจะเรียกว่า "แมงงอด" มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Isometrus maculatus และมีชื่อภาษาอังกฤษว่า Lesser brown scorpion แมงป่องชนิดนี้ ส่วนใหญ่จะล่าแมลงขนาดเล็กหรือสัตว์เลื้อยคลานกินเป็นอาหาร มักอยู่ในป่าหรือในสวน พื้นที่ทางภาคเหนือและภาคใต้ ตามเปลือกไม้แห้งที่ร่อนๆ จึงมีสิทธิที่จะติดมากับผลไม้ เพราะมันชอบอยู่ในที่ชื้นและมืด อาจจะหลบซ่อนในพวงผลไม้ในตอนกลางวัน แล้วค่อยออกมาในตอนกลางคืน
แมงป่องทวยยายมัน จัดอยู่ในกลุ่มที่มีพิษร้ายแรงจริง แต่ไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว พิษของแมงป่องจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดตรงบริเวณที่โดนต่อย และบริเวณข้างเคียง รวมถึงอาจมีอาการชา อาการถูกต่อยจะปวดรุนแรงมากใน 24 ชั่วโมงแรก แต่หลังจาก 24-48 ชั่วโมง อาการจะดีขึ้น
สำหรับผู้ใหญ่ที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงดี อาการเจ็บปวดนั้นก็จะมีอยู่แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ยกเว้นแต่ผู้ที่เป็นภูมิแพ้ เป็นเด็กทารก และคนชรา ที่มีภูมิต้านทานน้อย ก็อาจจะมีปัญหาได้ ที่บอกว่า "ไม่มียาแก้พิษนั้น" เป็นเรื่องจริง เพราะว่าพิษของแมงป่องชนิดต่างๆ ก็ไม่มียาแก้พิษโดยเฉพาะอยู่แล้ว เนื่องจากมีการศึกษาเกี่ยวกับพิษของแมงป่องค่อนข้างน้อย
ส่วนวิธีรักษา แพทย์จะรักษาตามอาการ ถ้าปวดมาก ก็จะให้ยาแก้ปวด ไม่ได้ให้ยาแก้พิษอะไร แต่จะรอให้พิษถูกกำจัดหายไปเองจากร่างกายในเวลา 24-48 ชั่วโมง แมงป่องทวยยายมัน จัดอยู่ในกลุ่มที่มีพิษร้ายแรงจริง แต่ไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิต ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว พิษของแมงป่องจะออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดตรงบริเวณที่โดนต่อย และบริเวณข้างเคียง รวมถึงอาจมีอาการชา อาการถูกต่อยจะปวดรุนแรงมากใน 24 ชั่วโมงแรก แต่หลังจาก 24-48 ชั่วโมงอาการจะดีขึ้น
ปล. แถมด้วยว่า "แมงป่วงงวงช้าง" นี่ ไม่มีจริง น่าจะเข้าใจผิดจากชื่อ "แมงป่องช้าง" ที่เป็นแมงป่องตัวใหญ่สีดำ มีกล้ามใหญ่ไว้ขุดดิน
พิษของแมงป่อง ส่วนมากเป็นสารในกลุ่มเปปไทด์ (กลุ่มโปรตีน) มีทั้งตัวที่มีพิษต่อระบบประสาท ตัวที่มีผลต่อการไหลเข้าออกของเกลือแร่ในเส้นประสาท เอนไซม์ และ สารยับยั้งเอนไซม์พิษของแมงป่องเวลาต่อย แบ่งอาการเป็น
พิษทางระบบประสาท
- จะมีอาการปวดตรงจุดที่โดนต่อย
- บางครั้งร้าวไปตามแนวเส้นประสาท
- ถ้ามากกว่านั้น จะเกิดอาการกับเส้นประสาทสมองและเส้นประสาทอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง อาการเป็นได้ตั้งแต่กระตุกน้อยๆ ไปจนถึงชักเกร็งกระตุก กระตุก กระตุก
- ถ้าโดนระบบประสาท autonomic อาจจะมีความดันต่ำ ช็อค
พิษที่ไม่เกี่ยวกับทางระบบประสาท
- หัวใจเต้นเร็ว มีทั้งที่เกิดจากการเจ็บ หรือบางครั้งกระตุ้นหัวใจ
- ตัวร้อน
- น้ำท่วมปอด (หายใจไม่ได้ ตาย)
- กล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อรอบทางเดินหายใจหย่อน (ก็หยุดหายใจ ตาย)
ส่วนมาก พิษของแมงป่องจะทำแค่เรื่องปวดหรือมีไข้ต่ำๆ อาการปวดมากๆ มักจะหายปวดไปเองที่ 1 วัน โดยมีบางส่วนปวดมากแค่ 2-3 ชั่วโมงหายเอง ไปจนถึงปวดมากเป็นสัปดาห์
“แมลงก้นกระดก” ตัวจิ๋วพิษร้ายหน้าฝนไม่ระวัง เสี่ยงผิวไหม้-ร้ายแรงขั้นตาบอด
การรักษา
- ประคบน้ำแข็ง
- ควรไปหาหมอ ให้หมอฉีดยาชา รอบแผลโดนต่อย (อาจได้ผลไม่มากนัก)
- กินยาแก้ปวดที่หมอจ่ายกลับมา
ถ้าเป็นเด็ก ต้องไปหาหมอ เพราะเด็กจะเกิดอาการของพิษที่มากกว่าอาการปวดได้มากกว่าผู้ใหญ่
อย่างไรก็ตามทีข่าวพีพีทีวีออนไลน์ ยืนยันว่ายังสามารถซื้อผลไม้ทานได้ปกติแต่ควรแช่น้ำก่อนนำมารับประทานเพื่อป้องหันอันตรายต่างๆ
"มังคุด" ราชินีผลไม้ ผลหวานกรอบวิตามินสูง เปลือกต่อยอดเป็นยาได้
“กระท้อน” ผลไม้หน้าฝน อุดมไฟเบอร์-วิตามิน ป้องกันน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น