"มังคุด" ราชินีผลไม้ ผลหวานกรอบวิตามินสูง เปลือกต่อยอดเป็นยาได้
"มังคุด" นับเป็นผลไม้ยอดนิยมที่เชื่อกันว่าเป็นผลไม้ที่ช่วยดับพิษร้อนของทุเรียนอีกที จนได้ชื่อว่าเป็นราชนินีผลไม้ และรู้หรือไม่? นอกจากความหอมหวานและสังสรรค์ได้ทั้งคาวหวานแล้วยังเต็มไปด้วยประโยชน์และสรรพคุณเป็นยาอีกด้วย
มังคุด (Mangosteen) ผลไม้หน้าฝน มีถิ่นกำเนิดอยู่ที่เกาะซุนดาและหมู่เกาะโมลุกกะ และยังเป็นผลไม้ที่นิยมอย่างมากในแถบเอเชีย โดยได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งผลไม้” อาจเป็นเพราะลักษณะภายนอกของผลที่มีกลีบเลี้ยงติดอยู่ที่หัวขั้วของผลคล้ายมงกุฎของพระราชินี เปลือกแข็ง มีสีจำเพาะออกม่วงๆแดงๆ และจะเป็นสีดำเมื่อสุกจัด ส่วนเนื้อในก็มีสีขาวสะอาด มีรสชาติที่แสนหวาน โดยไม่ใช่แค่นิยมกินเท่านั้นแต่มีประโยชน์ทั้งผลและเปลือกที่ว่ากันว่าสามารถรักษาโรคได้อีกด้วย
- ผลมังคุด
สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งอาหารคาวและหวาน เช่น แกง ยำ มังคุดลอยแก้ว แยมมังคุด มังคุดกวน มังคุดแช่อิ่ม ฯลฯ แต่ส่วนใหญ่จะนิยมรับประทานมังคุดสุกเป็นผลไม้ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินอีและบีมีประโยชน์ในการช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและการเกิดริ้วรอย และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใสอีกด้วย เนื้อมังคุดมีคุณค่าทางอาหารสูงโดยเฉพาะโพแทสเซียม โปรตีน สารเยื่อใย วิตามินซี ฟอสฟอรัส แคลเซียมและแมกนีเซียม
- เปลือกของมังคุด
มีสารให้รสฝาด คือแทนนิน แซนโทน (โดยเฉพาะแมงโกสติน) แทนนินมีฤทธิ์ฝาดสมาน ทำให้แผลหายเร็ว แมงโกสตินช่วยลดอาการอักเสบและมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองได้ดี ในทางยาสมุนไพร ใช้เปลือกมังคุดตากแห้งต้มกับน้ำหรือย่างไฟ ฝนกับน้ำปูนใส แก้ท้องเสีย เปลือกแห้งฝนกับน้ำปูนใส ใช้รักษาอาการน้ำกัดเท้า แผลเปื่อย เปลือกมังคุด มีสารป้องกันเชื้อราเหมาะแก่การหมักปุ๋ย
ขณะที่ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า ปัจจุบันก็มีการประยุกต์เอาสารสกัดเปลือกมังคุดมาผลิตยาและผลิตภัณฑ์ต่างๆ สำหรับมนุษย์ เช่น พลาสเตอร์ยา เจลหรือหน้ากากที่ป้องกันเชื้อ และประสบความสำเร็จในการพัฒนาสารที่จำลองและเลียนแบบโครงสร้างเคมีของสารสกัดจากเปลือกมังคุด ที่พบสารสำคัญ “แซนโทน” (Xanthones) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มฟลาโวนอล มีคุณสมบัติในการต่อต้านหรือยับยั้งการอักเสบต่างๆ ในระดับที่ดีหลายประการ อาทิ
- ต้านเซลล์มะเร็ง (anti-cancer)
- ต้านเชื้อแบคทีเรีย (anti-bacterial)
- ต้านอาการภูมิแพ้ (anti-allergy)
- ต้านการอักเสบ (anti-inflammatory)
- ต้านการเจริญของจุลินทรีย์ (anti-microbial)
- ต้านเชื้อมาลาเรีย (anti-malarial)
- ต้านการออกซิเดชัน (anti-oxidant) เป็นต้น
"ชมพู่" ผลไม้ฉ่ำน้ำคลายร้อน-น้ำตาลต่ำ อุดมไฟเบอร์ช่วยเรื่องขับถ่าย
ด้วยสรรพคุณต้านการอักเสบและทำลายเชื้อโรคของสารแซนโทนที่มีฤทธิ์ยับยั้งการเยื่อบุลำไส้รั่วซึมเกิดขึ้นได้ในคนและสัตว์ ซึ่งนำไปสู่การก่อโรคหลายชนิดโดยเฉพาะ “โรคติดเชื้อในกระแสโลหิต (septicemia)” ซึ่งจะส่งผลให้สุขภาพดี และลดการใช้ยาทั้งในคนและสัตว์ได้ท้ายที่สุด โดยขณะนี้ได้ริเริ่มโครงการวิจัยร่วมกับคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เพื่อพัฒนาสังเคราะห์สารแซนโทนให้อยู่ในรูปของ “ไฮดรอกซี่แซนโทน” (Hydroxy Xanthones; HDX)และกำลังอยู่ในขั้นการทดลองเพื่อหาคุณภาพการทำงานของสาร HDX โดยเริ่มใช้กับฟาร์มสุกรก่อนที่จะขยายการทดลองใช้กับสัตว์ที่มีขนาดใหญ่และหลากหลายขึ้นเพื่อมีฤทธิ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการดูแลสุขภาพของสัตว์และคน
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ฐานข้อมูลส่งเสริมและยกระดับคุณภาพสินค้า OTOP
“ลิ้นจี่” ผลไม้เนื้อฉ่ำหวานมีฤทธิ์ร้อนเป็นยา อุดมวิตามิน-สารต้านอนุมูลอิสระ
“ละมุด”หวานชื่นใจประโยชน์เป็นยาช่วยการทำงานของลำไส้ ผิวเปล่งปลั่ง