“ลิ้นจี่” ผลไม้เนื้อฉ่ำหวานมีฤทธิ์ร้อนเป็นยา อุดมวิตามิน-สารต้านอนุมูลอิสระ
ลิ้นจี่ ผลไม้เนื้อสีขาว เมล็ดสีน้ำตาลเข้ม ในเปลือกสีแดงบาง รสชาติสุดเซอร์ไพร์ทนี้ไม่ว่าใครก็ติดใจ เพราะทั้งฉ่ำน้ำ หอมหวานอมเปรี้ยว สดชื่น ไม่ว่าจะกินเปล่าๆ หรือ กินกับไอศกรีม ผสมในโยเกิร์ต ในสมูตตี้ก็เผลอกินหมดโดยไม่รู้ตัวเลยทีเดียว
ลิ้นจี่ (litchi หรือ lychee) มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Litchi Chinensis Sonn. วงศ์ Sapindaceae ต้นกำเนิดของลิ้นจี่ คือ ประเทศจีน มีประมาณ 30-40 พันธุ์ ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้ว ยังอุดมไปด้วย กลูโคสสูง ซูโคส โปรตีน ไขมัน วิตามิน เอ,บี,ซี รวมทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุต่างๆ เปลือกลิ้นจี่มี Polyphenoloxidase เนื้อลิ้นจี่มีถือว่าเป็นฤทธิ์ร้อน นอกจากมีวิตามินเยอะอร่อยถูกใจแล้ว ยังมีสรรพคุณเป็นยาด้วยนะ
สรรพคุณลิ้นจี่
- แก้อาการไอเรื้อรัง แก้กระหายน้ำ แก้อาการคัดจมูก
- บำรุงหลอดเลือด กระดูก และฟัน
- ป้องกันอาการเหน็บชา
- ป้องกันไขมันอุดตันในหลอดเลือด
- นำเมล็ดมีไปบดและชงน้ำดื่ม หรือใช้พอก บริเวณที่มีอาการปวดบวม
- สารต้านอนุมูลอิสระพิเศษ ที่เป็นตัวเด่นของลิ้นจี่คือ “โอลิโกนอล (Oligonol)” โดยมีการศึกษาจากญี่ปุ่นเป็นตัวหนึ่งที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ และต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่ นอกจากนั้นยังช่วยปกป้องผิวพรรณจากรังสียูวี
ตำรับยาโดยมูลนิธิหมอชาวบ้าน
- คนชราที่มักมีอาการท้องเสียตอนดึกๆ : ใช้ข้าว 1 กำมือ เนื้อลิ้นจี่แห้งประมาณ 5 เม็ด ต้มเป็นข้าวต้มลิ้นจี่ให้กินติดต่อกัน 3 ครั้ง
- เด็กปัสสาวะกลางคืน : ให้กินเนื้อลิ้นจี่แห้งประมาณ 10 เม็ด ติดต่อกันจนดีขึ้น
- กระทุ้งหัด : ใช้เนื้อลิ้นจี่ 9 กรัม ต้มน้ำกิน
- ร่างกายอ่อนแอหลังฟื้นไข้ : ให้กินเนื้อลิ้นจี่สดวันละ 60-150 กรัม ติดต่อกันครึ่งเดือน
- ปวดกระเพาะอาหาร (เวลากดบริเวณท้องจะรู้สึกสบาย) : เมล็ดลิ้นจี่หนัก 30 กรัม ตำให้แหลก ต้มกับขิงสด 6 กรัม แล้วกินน้ำ
“แตงโม” ผลไม้เนื้อหวานสดชื่น เสริมภูมิต้านหวัดช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
ข้อควรระวังการกินลิ้นจี่
ถ้ากินลิ้นจี่มากจะทำให้เกิด “โรคลิ้นจี่” ซึ่งมีอาการหัวใจเต้นเร็ว แขนขาไม่มีแรง มึนหัว หน้ามืดตาลาย เป็นต้น ถ้ามีอาการดังกล่าว ให้เอาเปลือกลิ้นจี่ ต้มกิน อาการก็จะหายไปเอง ขณะที่ลิ้นจี่มีน้ำตาลกับแร่ โพแทสเซียม”ที่ค่อนข้างสูงผู้เป็นเบาหวาน, โรคไต, เด็กที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อในสมอง (Encephalitis) และมีโอกาสเกิดร้อนในง่ายจึงควรหลีกเลี่ยง ทั้งนี้อาหาร ผัก ผลไม้ทุกชนิดมีปริมาณที่เหมาะสมกับตัวเอง ฉะนั้นกินแต่พอดี กินอาหารให้ครบ 5 หมู่และหน้าร้อนนี้ดื่มน้ำเยอะๆ นะคะ ^^
ขอบคุณข้อมูลจาก : กรมประชาสัมพันธ์ และ มูลนิธิหมอชาวบ้าน
“มะละกอ” ผลไม้สนับสนุนการขับถ่าย ช่วยลดน้ำหนักป้องกันโรคหัวใจ
ผักและผลไม้ลดอาการบวมโซเดียม ขับปัสสาวะ รักษาสมดุลน้ำในร่างกาย