โควิด-19 รอบสัปดาห์ ติดเชื้อลดลง-แพทย์เผย “ไข้หวัดใหญ่” ระบาดหนักขึ้น
สถานการณ์โควิด-19 รอบสัปดาห์ที่ 29 พบยอดผู้ติดเชื้อโควิดป่วยหนักและเสียชีวิตลดลงต่อเนื่อง ด้านนายแพทย์ยงเผยสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ที่มากขึ้นกว่า 3 ปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาการระบาดโควิดพบ “อาการเหมือนกันทุกอย่าง”
กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โควิด-19 รายสัปดาห์ ระบุว่า ข้อมูลของสัปดาห์ที่ 29 ระหว่างวันที่ 16-22 กรกฎาคม 2566 มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ รักษาในโรงพยาบาล 556 ราย เฉลี่ยรายวัน 79 รายต่อวัน ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปี 2566 อยู่ที่ 30,866 ราย ซึ่งหากดูจากกราฟจะพบผู้ป่วยว่าลดลงอย่างเห็นได้ชัดขณะที่ผู้ป่วยปอดอักเสบอยู่ที่ 178 ราย และ ผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 126 ราย ผู้เสียชีวิตจำนวน 8 ราย เฉลี่ยวันละ 1 ราย เสียชีวิตสะสมตั้งแต่ต้นปี 2566 อยู่ที่ 749 ราย
สำหรับจำนวนผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยังไม่พบการรายงานว่ามีผู้เข้ารับวัคซีนเพิ่มเติม โดยในปัจจุบันฉีดวัคซีนสะสม 144,951,341 โดส แบ่งเป็น วัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 57,233,919 โดส คิดเป็น 82.28% เข็มที่ 2 จำนวน 53,730,348 โดส คิดเป็น 77.25% และตั้งแต่เข็มที่ 3 ขึ้นไป จำนวน 33,987,074 โดส (อัพเดตวันที่ 24 กรกฎาคม 2566)
กรมควบคุมโรคเผยต่อ ว่าที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้เสียชีวิตทั้งหมดยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 ได้แก่ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ โรคไตเรื้อรัง ที่ไม่ได้รับวัคซีน หรือไม่ได้รับเข็มกระตุ้น หรือได้รับเข็มกระตุ้นนานเกิน 3 เดือน ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เสียชีวิตสะสมของปี 2566 จำนวน 749 ราย พบว่า ปัจจัยเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อคือ อยู่ในชุมชนแออัด และการได้รับเชื้อจากคนในครอบครัว จึงยังต้องเดินหน้ารณรงค์ประชาสัมพันธ์ให้มารับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด 19 ต่อไป โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งพบผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดถึง 116 ราย
อย่างไรก็ตามคาดการณ์ว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จากการที่มีผู้ติดเชื้อลดลงและมีผู้ได้รับวัคซีนเข็มล่าสุดเกิน 6 เดือนเพิ่มขึ้น โดยเทียบเคียงกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ ว่าจะพบการแพร่ระบาดเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี 2566 ซึ่งเข้าสู่ช่วงฤดูหนาว ได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งประมาณการจำนวนยาและเวชภัณฑ์ที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อเตรียมการจัดหาได้ทันท่วงทีหากพบสัญญานเตือนของการแพร่ระบาด
บัตรทอง ป่วยโควิดยุคนี้หาหมอได้ที่ไหนบ้าง ? เช็กช่องทาง-ขั้นตอนได้ที่นี้
ด้านศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ถึงทิศทางการระบาดไข้หวัดใหญ่ที่มากขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมาว่า
ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด19 ใน 3 ปีที่ผ่านมาไข้หวัดใหญ่มีการระบาดลดลงอย่างมาก ตามทิศทางของการระบาดของโควิด 19 ด้วยมาตรการในการป้องกันต่างๆ แต่ในปีนี้มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมากโดย เริ่มจากไข้หวัดใหญ่ A สายพันธุ์ H3N2 และขณะนี้มีการระบาดทั้ง 3 สายพันธุ์ คือ A H3N2, A H1N1 และไข้หวัดใหญ่ B
อาการของโรคไข้หวัดใหญ่และโควิด 19 มีอาการเหมือนกันทุกอย่าง
ในรายที่ตรวจเอทีเคต่อโควิด 19 แล้วให้ผลลบ จำเป็นที่จะต้องตรวจถึงไข้หวัดใหญ่ด้วย ทั้งนี้เพราะไข้หวัดใหญ่เอง มียาใช้รักษาได้คือ Oseltamivir โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กและกลุ่มเปราะบางผู้สูงอายุการระบาดของไข้หวัดใหญ่เริ่มจากตามโรงเรียนต่างๆและกระจายออกมาได้อย่างรวดเร็วทุกคนจะต้องใส่ใจในการช่วยกันป้องกันการระบาดของโรค เช่นเดียวกับการป้องกันโรคโควิด 19 เพื่อลดความสูญเสีย
“ไข้หวัดใหญ่” ภาวะแทรกซ้อนอันตราย ป้องกันด้วยวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์