เตือน!ไม่ควรใช้ปากกาเขียนถุงโจ๊ก-อาหาร หวั่นสีทะลุถุงก่อมะเร็ง!
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์ภาพ สีของปากกาเมจิ ทะลุไปถุงเนื้อโจ๊กด้านใน อาจารย์เจษฎ์เตือนระวังสารก่อมะเร็ง แนะร้านค้าไม่ควรใช้ปากกาเมจิเขียน เพราะถุงพลาสติกไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สำหรับการเขียนปากกาเมจิกลงไป แต่ควรหาวิธีอื่นๆ ที่จะสร้างสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแทน
รศ.ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุผ่าน เพจเฟซบุ๊ก อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ถึงกรณีการใช้ปากกาเมจิ เขียนบนพลาสติกบรรจุอาหาร ว่าไม่ควรทำหลังจากที่เคยเขียนบทความเตือนเรื่องทำนองนี้มาหลายครั้งแล้ว ทั้งกรณีที่มีการใช้ปากาเมจิก เขียนลงไปบนบรรจุภัณฑ์อาหาร แล้วพบว่ามันสามารถซึมเข้าไปถึงอาหารข้างในได้ ! เคยจอกันมาแล้วทั้งถุงโจ๊ก และกล่องแซนวิช ฯลฯ
จากกรณีล่าสุดที่มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพลงในกรุ๊ป "พวกเราคือผู้บริโภค" พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า “โจ๊กเจ้าดังเจ้าหนึ่ง” โดยภาพที่โพสต์นั้น เป็นภาพของถุงโจ๊กหมู ที่ใช้ปากกาเมจิกเขียนว่า “หมูล้วน” แต่สีได้เลือนออกมาเล็กน้อย ซึ่งเมื่อเทออกมารับประทานแล้ว ก็พบว่าสีได้ซึมเข้าไปที่เนื้อโจ๊กด้วย
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า พลาสติกเป็นวัสดุที่มีโมเลกุลของสารตั้งต้นมาจับตัวกันเป็นสายยาวและเป็นร่างแหของโพลิเมอร์ โดยที่ในตัวเนื้อพลาสติกนั้น ก็มีช่องว่างเล็กๆ อยู่ เมื่อพลาสติกถูกความร้อน จะเกิดการขยายตัวขึ้น ทำให้ช่องว่างเหล่ามีพื้นที่กว้างขึ้น ความชื้นหรืออากาศสามารถแทรกซึมผ่านได้ ในขณะที่หมึกของปากกาเมจิกนั้น ก็เป็นสารเคมีที่มีสภาพเป็นสารมีขั้ว จึงอาจจะซึมผ่านเนื้อของพลาสติกบางชนิดได้ดี โดยเฉพาะกับพลาสติกกลุ่มที่มีเนื้อไม่แน่น และซึมผ่านไปยังเนื้อของอาหาร ที่มีสภาพเป็นสารมีขั้วเช่นกันได้ แถมยิ่งอาหารร้อนมาก ก็จะยิ่งเกิดการซึมผ่านเข้าไปได้ง่ายขึ้นด้วยและแน่นอนว่า เนื้อสีของปากกาเมจิก มีสารเคมีที่เป็นตัวทำละลาย ซึ่งถ้าบริโภคเข้าไปก็อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย และอาจเป็นสารก่อมะเร็งได้ด้วย จึงไม่ควรเขียนถุงพลาสติกบรรจุอาหารด้วยปากกาเมจิกครับ เพราะถุงพลาสติกไม่ได้ถูกออกแบบมาให้สำหรับการเขียนปากกาเมจิกลงไป แต่ควรหาวิธีอื่นๆ ที่จะสร้างสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายแทน
และก็ขอเอาภาพกราฟิกคำเตือน ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ที่เคยเตือนภัยเรื่อง ปากกาเมจิกซึมทะลุอาหาร ไว้ โดยแนะนำว่า “เตือนภัยปากกาเมจิกซึมทะลุถุงอาหาร ควรเลือกใช้ถุงให้ถูกประเภท / ถุงใส่อาหารที่ได้มาตรฐาน จะทนความร้อนได้ 100-120 องศาเซลเซียส สีหมึกจะไม่ซึมผ่านเข้าไป / ไม่ควรใช้ปากกาเคมีมาเขียนบนถุงพลาสติก ที่ใส่อาหารโดยตรง ให้ใช้วิธีแปะสติกเกอร์ดีกว่า / เลี่ยงการทานอาหาร ที่มีการเขียนถุงด้วยปากกาเมจิก"
สธ.ยัน ยังไม่มีวิจัยชี้ “ไฮฟรุกโตสคอร์นไซรัป” เป็นสารเร่งไขมันพอกตับ
ด้านเพจ เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัว ได้อธิบายเอาไว้ตั้งแต่ปี 2019 ถึงปรากฏการณ์การเคลื่อนตัวของสีหมึกจากภายนอกถุงพลาสติกเข้าไปเปื้อนโจ๊ก
จากในภาพคาดว่าจะเป็น“ปากกาเคมี” หรือ Permanent marker ปกติแล้วสีย้อมที่นำมาใช้ทำเป็นหมึกปากกาเคมีเหล่านี้มักจะเป็น “สีประจุบวก” (cationic dyes) ที่มักจะเป็นสีในกลุ่มของ “ไตรเอริลมีเธน” (Triarylmethane dyes) และนิยมนำมาละลายในตัวทำละลายอินทรีย์ชนิดต่างๆ เช่น Ethyl acetate, Acetone, Isopropyl alcohol หรืออาจจะเป็น Ethanol ก็ได้
เนื่องจากว่าสีเหล่านี้มีความเข้มสูง และเมื่อสีเหล่านี้เมื่ออยู่ในตัวทำละลายอินทรีย์ที่มีขั้วปานกลางเหล่านี้ก็จะทำให้มันมีแรงตึงผิวที่ต่ำพอ จนทำให้สามารถเกาะบนผิวพลาสติกที่ไม่มีขั้วอย่าง PP หรือ HDPE ที่นำมาทำเป็นถุงพลาสติกได้ดี แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาความแตกต่างที่มากเหลือเกินของ “ความมีขั้วจากประจุบวกของสีย้อม” กับ “ความไม่มีขั้วของพลาสติก” เหล่านี้จึงทำให้สีนั้นสามารถเกิดการ “เคลื่อนตัวหนีจากพลาสติกได้เสมอ” ถ้ามีพลังงานที่มากพอและมีสิ่งที่มีขั้วที่ใกล้เคียงกับสีย้อมตัวนั้นมาดักรออีกฝั่งด้วย!! (เนื่องจากความมีขั้วของสีและถุงพลาสติกนั้นต่างกันมาก แต่ที่มาอยู่ด้วยกันตอนแรก เพราะโดนบังคับมาจากการกดขี่หัวปากกาใส่ถุงพลาสติก!!)และเมื่อเรานำถุงพลาสติกที่ไม่มีขั้วเหล่านี้มาใส่อาหารร้อนๆ เช่น โจ๊ก ก๋วยเตี๋ยว นั้น พลังงานความร้อนนั้นก็สามารถที่จะทำตัวเป็น “พลังงานกระตุ้น” (Activation energy) ทำให้เกิดการเคลื่อนตัว และทำให้เกิด “การแพร่” (Diffusion) ของสีย้อมได้ดีขึ้น และในขณะเดียวกันนั้น พลังงานความร้อนนั้นก็จะทำให้โมเลกุลของพลาสติกเกิด “ปริมาตรอิสระ” (Free volume) มากพอที่จะทำให้สีนั้นเกิด “ความซน” ที่จะเคลื่อนตัวไปไหนต่อไหนได้อิสระมากขึ้นปกติแล้วอุณหภูมิที่สูงขึ้นนั้นจะทำให้เกิดการแพร่ของสีย้อม และทำให้เกิดการเปิดโครงสร้างของพอลิเมอร์ทำให้เป็นปริมาตรอิสระได้ดีขึ้นตามสมการของอารีเนียส (Arhenius equation) ดังสมการ D = D₀ ยกกำลัง (-E / RT) อยู่แล้ว
แน่นอนว่า ในถุงโจ๊กนั้นมีทั้งคาร์โบไฮเดรตจากแป้ง โปรตีนจากไข่และเนื้อหมูสับที่ละลายอยู่ในน้ำซุปร้อนๆนั้น ต่างก็เป็นโมเลกุลที่มีขั้ว (polar molecule) ที่มากกว่าถุงพลาสติกเป็นไหนๆนะครับ ดังนั้นเมื่อสีย้อมที่มีขั้วนั้นได้เจอกับโมเลกุลที่มีขั้วเหมือนๆกัน ตามทฤษฎี “Like dissolves like” หรือตามภาษาความรักก็เรียกว่า “เคมีตรงกัน” ก็จะทำให้สีย้อมนั้นรีบปรี่เข้าไปหาโมเลกุลที่มีขั้วของอาหารในถุงอย่างไม่คิดชีวิตกันเลยทีเดียว และสีย้อมเหล่านี้ไม่ใช่ “สีผสมอาหาร” ดังนั้นถ้าเป็นไปได้ จึงไม่ควรนำปากกาเคมีเหล่านี้มาเขียนบนถุงพลาสติกที่ใส่อาหารโดยตรงนะครับ และถ้าผู้ซื้อเห็นว่าสีเลอะแล้วก็ควรจะทิ้งไปแต่ถ้าเผลอทานไปแล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรมาก เพราะความเข้มสีที่เห็นนั้นมีน้อยกว่าปริมาณอันตรายพอสมควร แต่ก็นะ!! ถ้าคราวหลังยังเห็นอีกก็ควรจะเลี่ยงการทานอาหารที่มีการเขียนถุงด้วยปากกาเมจิกเหล่านี้นะครับ
ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง by อาจารย์เจษฎ์ ,เคมีฟิสิกส์ของสิ่งทอ อาหาร และของรอบตัวและกรมอนามัย
ชวนผู้สูงวัย-หญิงตั้งครรภ์ ตรวจสุขภาพช่องปากฟรี! ก.ค.-ส.ค. 66
สถานเสาวภา- รพ.จุฬา ฉีดวัคซีน HPV ฟรี! เช็กสถานที่และเงื่อนไขบริการ!