รพ. จ.ลพบุรี ประกาศ เดือน ส.ค.เหลือแพทย์ 1 ท่าน ยันจะพยายามเต็มที่
รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ลพบุรี ประกาศ ตั้งแต่เดือน ส.ค.66 จะมีหมอเหลือเพียง 1 ท่าน แจ้งบริหารอาจล่าช้าไปบ้าง ยันจะพยายามเต็มที่ กรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน สามารถไปโรงพยาบาลข้างเคียงได้ทุกแห่ง
นพ.สุรจิต สุนทรธรรม ประธานอนุกรรมการแนวทางเวชปฏิบัติและจัดการความรู้ ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย แชร์ภาพผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เป็นประกาศของ โรงพยาบาลโคกเจริญ จ.ลพบุรี ที่ทำสื่อประชาสัมพันธ์แจ้งว่า
ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โรงพยาบาลโคกเจริญมีแพทย์ลดลงเหลือเพียง 1 ท่าน ไม่เพียงพอต่อการปฏิบัติงาน การบริการที่ต้องพบแพทย์อาจล่าช้าไปบ้าง กรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน หากท่านสะดวก สามารถรับการรักษาที่โรงพยาบาลข้างเคียงได้ทุกแห่ง (UCEP)
"โรงพยาบาลจะพยายามอย่างเต็มที่ เต็มกำลัง เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนโคกเจริญ"
นพ.สุรจิต โพสต์ข้อความต่อว่า รพ. โคกเจริญ ควรทำป้ายใหญ่ๆ ติดหน้า รพ. เหมือน รพ. บางไทรตะกั่วป่า แบบนี้เลย รพ. ขนาดเล็กไม่ต้องมีห้องฉุกเฉินก็ได้นะครับ
ในต่างประเทศ รพ.ขนาดเล็กๆ ก็ไม่มีแผนกฉุกเฉิน (ในเวลาทำการก็ไม่มี) ซึ่งก็ไม่ส่งผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยฉุกเฉินเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด โดยกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินก็โทร 911, 112 หรือบ้านเราก็โทร 1669 แต่การคัดแยกผู้ป่วยทางโทรศัพท์ก็ต้องแม่นยำด้วยนะครับ (สถิติบ้านเรา บางจังหวัดมี undertriages >50%)
ปลัด สธ.ยอมรับแพทย์ขาดแคลน ส่งผลให้งานหนัก หมอจบใหม่แห่ลาออก
ขณะที่ เรื่องเล่าจากโรงพยาบาล ได้โพสต์ถึงกรณีดังกล่าวว่า มีแพทย์เพียง 1 ท่านในโรงพยาบาล นึกถึงตัวเองตอนที่เสมือนอยู่คนเดียว ช่วงอยู่ รพ.ชุมชน แต่สภาพพื้นที่คงต่างกันน่าดู ในประกาศยังบอกว่าไปรับบริการ สถานพยาบาลใกล้เคียงได้ ในขณะที่ รพ. หลังเขาที่ผมรักนั้น มันไม่มี รพ. ใกล้เคียง เพราะมันไกลซะเหลือเกิน แน่ล่ะเคสมันก็น้อยด้วย อยู่เวรต่อเนื่องได้ยาวๆ ส่งกำลังใจให้ เจ้าหน้าที่ รพ. ทุกท่าน และขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่สุขภาพแข็งแรง
อย่างไรก็ตามกรณีโพสต์ดังกล่าวมีการพูดถึงและแสดงความคิดเห็นความกว้างขวาง ซึ่งมีผู้ใช้เฟชบุ๊กรายหนึ่งระบุใจความว่า ครอบครัวรักษาที่นี้ ยังดีพ่อแม่มีสิทธิ์ราชการ ยังพอไป ร.พ.อื่นได้หลายแห่ง แต่คนไข้ที่ต้องรักษาใน ร.พ.ที่ยืนยันตามสิทธิ์ จะย้ายไป ร.พ.อื่น มันไม่ง่ายเลย และคำว่า ร.พ.ข้างเคียงในละแวกนั้นก็หมายถึง ห่างออกไป 50 โลได้เลยน่ะ ไปกลับก็ร่วม 100 กว่าโล
ล่าสุดโพสต์ต้นทางของโรงพยาบาลได้ทำการลบไปแล้ว
อย่างไรก็ตามหากมีการเปลี่ยนแปลงทีมข่าวพีพีทีวีจะรายงานให้ทราบอีกครั้ง