อนามัยโลกอนุมัติ “วัคซีนมาลาเรีย” ตัวที่สอง ประสิทธิภาพสูง 75%
องค์การอนามัยโลกอนุมัติใช้วัคซีน “R21/Matrix-M” ป้องกันโรคมาเลเรีย พบมีประสิทธิภาพสูงถึง 75% และถูกกว่าวัคซีน RTS,S ครึ่งหนึ่ง
“มาลาเรีย” เป็นหนึ่งในโรคร้ายที่แต่ละปีคร่าชีวิตผู้คนมากกว่า 500,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบ และสตรีมีครรภ์ โดยมีพาหะคือยุงก้นปล่อง ซึ่งนักวิจัยพยายามเดินหน้าพัฒนาวัคซีนป้องกันมาโดยตลอด
ที่ผ่านมา มีวัคซีนป้องกันมาลาเรียเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ได้รับการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ให้ใช้ได้ นั่นคือวัคซีน RTS,S ซึ่งอนุมัติใช้ตั้งแต่ปี 2021 แต่ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัด ทำให้ไม่เพียงพอต่อการป้องกันมาลาเรียในวงกว้าง เพราะจนถึงขณะนี้ RTS,S มีปริมาณเพียง 18 ล้านโดสเท่านั้น
"มาลาเรีย" ภัยร้ายจากยุง ป่วยเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนอันตรายถึงชีวิต
ล่าสุดเมื่อวานนี้ (2 ต.ค.) WHO ได้อนุมัติคำแนะนำให้ใช้วัคซีนป้องกันมาลาเรียตัวใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูง นั่นคือวัคซีน “R21/Matrix-M” ซึ่งพัฒนาโดยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด เป็นวัคซีนมาลาเรียตัวที่ 2 ที่ WHO แนะนำ และเป็นตัวแรกที่มีประสิทธิภาพสูงถึง 75%
ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการ WHO กล่าวว่า “ในฐานะนักวิจัยโรคมาลาเรีย ผมเคยฝันถึงวันที่เราจะมีวัคซีนป้องกันมาลาเรียที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ตอนนี้เรามี 2 ตัวแล้ว”
เขาเสริมว่า การมีวัคซีนมาลาเรียตัวที่สองนั้น “คาดว่าจะช่วยปกป้องเด็ก ๆ ได้มากขึ้นเร็วขึ้น และช่วยให้เราเข้าใกล้อนาคตที่ปราศจากโรคมาลาเรียได้มากขึ้น”
อีกหนึ่งจุดเด่นของวัคซีน R21 คือ ราคาที่ถูกกว่า RTS,S โดยผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่อย่างสถาบันเซรุ่มอินเดีย (Serum Institute of India) พร้อมที่จะผลิตวัคซีน R21 มากกว่า 100 ล้านโดสต่อปี และวางแผนที่จะขยายเพิ่มเป็น 200 ล้านโดสต่อปีในอนาคต โดยแต่ละโดสจะมีราคาอยู่ที่ 2-4 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 70-140 บาท)
การฉีดวัคซีน R21 จำเป็นต้องมี 4 โดส รวมแล้วค่าใช้จ่ายต่อคนในการฉีด R21 จะอยู่ที่ราว 8-16 ดอลลาร์สหรัฐ (280-560 บาท) ซึ่งถูกกว่า RTS,S ประมาณครึ่งหนึ่ง
ดร.มัตชิดิโซ โมเอติ ผู้อำนวยการ WHO ประจำภูมิภาคแอฟริกา กล่าวว่า “วัคซีนมาลาเรียตัวที่สองนี้มีศักยภาพอย่างแท้จริงในการปิดช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทาน วัคซีนทั้งสองชนิดได้รับการจัดส่งตามขนาดและเผยแพร่อย่างกว้างขวาง สามารถช่วยสนับสนุนความพยายามในการป้องกันและควบคุมโรคมาลาเรีย และช่วยชีวิตคนหนุ่มสาวหลายแสนคนในแอฟริกาจากโรคร้ายแรงนี้”
อย่างน้อย 28 ประเทศในแอฟริกาวางแผนที่จะนำวัคซีนป้องกันมาลาเรียที่ WHO แนะนำมาใช้ โดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการสร้างภูมิคุ้มกันแห่งชาติ
WHO ระบุว่า วัคซีน RTS,S จะวางจำหน่ายในบางประเทศในแอฟริกาในช่วงต้นปี 2024 และคาดว่าวัคซีนป้องกันมาลาเรีย R21 จะวางจำหน่ายในประเทศต่าง ๆ ในช่วงกลางปี 2024
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า การมีวัคซีนตัวใหม่นี้ไม่ได้หมายความว่าเราเอาชนะมาลาเรียได้แล้ว ควรใช้วัคซีนควบคู่กับมาตรการอื่น ๆ เช่น การฉีดพ่นยากันยุง การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง ฯลฯ
ดร.ไมเคิล ชาร์ลส ผู้บริหารระดับสูงของ RBM Partnership to End Malaria กล่าวว่า การประกาศดังกล่าวเป็น “การก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง” แต่ยังคงมี “อุปสรรคสำคัญที่ต้องเอาชนะ”
“เมื่อเผชิญกับการขาดแคลนเงินทุนจำนวนมากและภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นของการที่ยุงเริ่มดื้อยาฆ่าแมลงและโรคมาเลเรียดื้อยารักษา และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ต้องมีการลงทุนเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนเพื่อขยายขนาด กำลังการผลิต และใช้วัคซีนป้องกันมาลาเรีย เพื่อให้แน่ใจว่าประเทศที่ตัดสินใจจะใช้วัคซีนจะเข้าถึงได้ง่าย” เขากล่าว
ด้าน ผศ.เมแกน ไกรส์ชาร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาและชีววิทยาวิวัฒนาการที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล ซึ่งศึกษาปรสิตและการแพร่เชื้อ กล่าวว่า การกำจัดโรคที่เกิดจากพาหะนำโรค เช่น มาลาเรีย เป็นเรื่องยากอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่าจะมีวัคซีนที่มีประสิทธิภาพก็ตาม
“วัคซีนมาลาเรียในปัจจุบันและที่จะเกิดขึ้นใหม่เผชิญกับอุปสรรคมากมาย รวมถึงการต้องฉีดวัคซีนหลายโดสจึงจะสร้างการป้องกันได้ วัคซีนจะไม่บรรลุเป้าหมายในการกำจัดโรคมาลาเรียด้วยตัวมันเอง ... ในพื้นที่ที่มีโรคมาลาเรียพบได้ทั่วไป วิวัฒนาการทั้งการดื้อยาฆ่าแมลงในยุงและการดื้อยาในปรสิตมาลาเรีย ทำให้เครื่องมือที่มีอยู่มีประสิทธิภาพน้อยลง” เธอกล่าว
เรียบเรียงจาก The Guardian
ภาพจาก CHANDAN KHANNA / AFP