“ไวรัสโรต้า” ท้องร่วงรุนแรงในเด็กเล็ก แนะอาการอันตรายรีบพบแพทย์
รู้หรือไม่? เด็กที่อายุน้อยกว่า 2 ขวบ มีโอกาสติดเชื้อไวรัสโรต้าที่ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงรุนแรงและไข้สูงได้ แนะวิธีป้องกันและวัคซีนที่จะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนได้!
เชื้อไวรัสโรต้า (Rotavirus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งที่มีหลายสายพันธุ์ เมื่อเชื้อไวรัสนี้เข้าไปในระบบทางเดินอาหารแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดอาการอุจจาระร่วงรุนแรงได้ โดยไวรัสโรต้านั้นมีหลายสายพันธุ์ แต่สายพันธุ์หลักที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อในเด็กทั่วโลกมากกว่า 95% มักเกิดจากสายพันธุ์ G1, G2, G3, G4, G9
ไวรัสโรต้า พบมากในเด็กเล็กและมีอาการรุนแรงกว่าเด็กโต ซึ่งมักพบในเด็กทารก และเด็กเล็กที่อายุน้อยกว่า 2 ขวบ โดยพบว่าเด็กทุกคนมีโอกาสติดเชื้อไวรัสโรต้าได้อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนอายุ 5 ขวบ
เกิดจากการหยิบ จับ สัมผัสสิ่งของรอบตัวใส่เข้าปาก ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของเล่น ก็ล้วนแต่เป็นสาเหตุให้เกิดการติดเชื้อ หรือเจ็บป่วยเฉียบพลัน และอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
อาการต้องสงสัยที่ต้องรีบพบแพทย์
อาการท้องเสียจากไวรัสโรต้านั้น เด็กจะอาการรุนแรงมาก โดยเฉพาะการติดเชื้อครั้งแรก และอาการจะลดลงในการติดเชื้อครั้งถัดๆ ไป เนื่องจากร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันมากขึ้น ซึ่งอาการโดยทั่วไปมักมีไข้สูงถึง 39 องศาเซลเซียส และอาจมีอาการอาเจียน ได้มากถึง 7 - 8 ครั้งต่อวัน จึงควรสังเกตอาการขาดน้ำที่เป็นสัญญาณเตือนว่าต้องรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว ได้แก่ กระหายน้ำ ปากแห้ง กระวนกระวาย ซึม ตาโบ๋ กระหม่อมบุ๋ม เป็นต้น
รักษาไวรัสโรต้า
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโดยเฉพาะ จึงเป็นเพียงรักษาตามอาการเท่านั้น เช่น ให้น้ำกลือแร่ ORS ยาแก้อาเจียน และยาลดอาการถ่ายเหลวเพื่อไม่ให้เกิดภาวะขาดน้ำจนเป็นอันตราย ส่วนในรายที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรงอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาภายในโรงพยาบาล โดยให้สารน้ำเข้าทางหลอดเลือด
ป้องกันไวรัสโรต้า
เนื่องจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าส่วนใหญ่ติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงและการรับประทานอาหารที่มีการปนเปื้อนของเชื้อนี้ แพทย์จึงแนะนำให้
- ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนและหลังทานอาหารรวมถึงหลังเข้าห้องน้ำต้องล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง
- ทานอาหารปรุงสุก สดใหม่ ดื่มน้ำสะอาด
- ไม่ใช้อุปกรณ์การทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
- ถ้าเปลี่ยนผ้าอ้อมให้เด็กต้องล้างมือทุกครั้ง
- หมั่นทำความสะอาดของเล่นอยู่เสมอ
- เลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่มีอาการท้องเสีย
วิธีสังเกต“โรคหัวใจ”ในเด็กป้องกันพัฒนาการช้าโรคกำเริบอันตรายถึงชีวิต
ป้องกันไวรัสโรต้าให้มากกว่าด้วยการหยอดวัคซีนป้องกัน
การหยอดวัคซีนป้องกันเชื้อไวรัสโรต้า ต้องเริ่มให้ในช่วงอายุ 2 เดือนแต่ไม่เกิน 4 เดือน ซึ่งมีวัคซีน 2 ชนิดที่ใช้ป้องกันไวรัสโรต้า ได้แก่
- วัคซีนโรต้าชนิดที่ผลิตจากเชื้อ 1 สายพันธุ์ เป็นวัคซีนชนิดรับประทาน 2 ครั้ง
- วัคซีนโรต้าชนิดที่ผลิตจากเชื้อ 5 สายพันธุ์ เป็นวัคซีนชนิดรับประทาน 3 ครั้ง
หากเด็กได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสโรต้าครบถ้วน แม้จะท้องร่วงจากการติดเชื้อไวรัสโรต้าก็จะมีอาการเบาลง ทั้งนี้ควรพบกุมารแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อรับวัคซีนและคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม
ขอบคุณข้อมูลจาก : รพ.กรุงเทพ และ รพ.เปาโล
ภาพจาก : shutterstock
เตือน!“ภาวะเด็กร้องกลั้น”แนะวิธีคุณแม่รับมือไม่ตื่นตระหนกและปลอดภัย
“กล้วยบด” ไม่ใช่อาหารเด็กทารก เสี่ยงอันตรายถึงชีวิต ย้ำนมแม่ดีที่สุด