ศูนย์จีโนมเผย 5 ไวรัสดั้งเดิม คลัสเตอร์โรคทางเดินหายใจปอดอักเสบในจีน
หลังจากที่จีนออกมาแถลงว่าการระบาดของโรคปอดอักเสบที่เกิดขึ้นการทับซ้อนกันของไวรัสทั่วไปชนิดดั้งเดิม ศูนย์จีโนมได้เปิดเผย 5ไวรัสและแบคทีเรียที่คาดว่าเป็นตัวการระบาด ด้านนายแพทย์ยง มองเป็นเชื้อไวรัสที่ระบาดตามฤดูกาล ขณะนี้จึงไม่มีข้อวิตก ในเวียดนามเองขณะนี้ก็มีโรคทางเดินหายใจในเด็กจำนวนมาก
ภายหลังที่เมื่อวานนี้(26 พ.ย.) ทางการจีนออกมายืนยันอีกเสียงว่า โรคปอดอักเสบดังกล่าว ไม่ใช่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่ โดยระบุว่าโรคระบาดครั้งนี้เกิดจากการทับซ้อนกันของไวรัสทั่วไป เช่น ไวรัสไข้หวัดใหญ่ ไรโนไวรัส ไวรัส RSV และอะดีโนไวรัส รวมไปถึงแบคทีเรีย เช่น เชื้อไมโคพลาสมานั้น
ด้านศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ก็ได้ โพสต์เฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ถึงกรณีดังกล่าวว่า สถานการณ์โรคทางเดินหายใจเฉียบพลันที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศจีน
นั้นคณะกรรมการสาธารณสุขแห่งชาติจีนได้แถลงข่าวว่ามิได้เกิดจากจุลชีพสายพันธุ์ใหม่แต่ประการใด แต่เกิดจากไวรัส และแบคทีเรียดั้งเดิมรวม 5 ชนิด
- ไวรัสไข้หวัดใหญ่ (influenza virus) เป็นไวรัสอาร์เอ็นเอชนิดเดียวที่มีเปลือกหุ้ม มีรูปร่างเป็นทรงกลม เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 80-120 นาโนเมตร ไวรัสไข้หวัดใหญ่มี 8 สายพันธุ์หลัก: A, B, C, D, E, H1N1, H2N2 และ H3N2 สายพันธุ์ A และ B เป็นสายพันธุ์ที่พบบ่อยที่สุดในมนุษย์
- ไรโนไวรัส (rhinovirus) เป็นไวรัสที่พบมากที่สุดในมนุษย์ และเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไข้หวัด ไรโนไวรัสแพร่กระจายผ่านการสัมผัสกับละอองฝอยจากทางเดินหายใจที่ปนเปื้อนจากบุคคลที่ติดเชื้อ อาการทั่วไปของโรคไข้หวัดที่เกิดจากไรโนไวรัส ได้แก่ คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ และอ่อนเพลีย ไม่มีการรักษาเฉพาะสำหรับโรคไข้หวัดที่เกิดจากไรโนไวรัส แต่มียาที่สามารถบรรเทาอาการได้ วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคไข้หวัดที่เกิดจากไรโนไวรัสคือการล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับบุคคลที่ป่วย
- ไวรัสริสไพราโทรี ซินไซเทียล (respiratory syncytial virus) หรือ RSV เป็นไวรัสที่พบบ่อยในระบบทางเดินหายใจ มักทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่อาจรุนแรงในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ อาการทั่วไป ได้แก่ น้ำมูกไหล ไอ หายใจลำบาก มีไข้ เบื่ออาหาร หงุดหงิด เหนื่อยล้า หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ดื่มน้ำน้อยลง อาการแย่ลง ควรรีบไปพบแพทย์ วิธีป้องกันไวรัส RSV คือ ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย และปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม
- อะดีโนไวรัส (adenovirus) เป็นไวรัสที่พบได้บ่อย มักทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่อาจรุนแรงในเด็กเล็กและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเรื้อรัง แพร่เชื้อผ่านการสัมผัสละอองฝอยจากทางเดินหายใจที่ปนเปื้อน ไม่มีการรักษาเฉพาะ แต่มียาบรรเทาอาการ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการล้างมือบ่อย ๆ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย
- ไมโคพลาสมา เนมโมเนีย (mycoplasma pneumoniae) เป็นแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจ คล้ายไข้หวัดใหญ่หรือปอดบวม พบมากในเด็กและวัยรุ่น หายเองได้ภายใน 2-3 สัปดาห์ หากมีอาการรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ วิธีป้องกัน ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ป่วย ปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม
มีหลายฝ่ายเชื่อกันว่าการล็อกดาวน์เมืองหรือประเทศ การใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม เป็นเวลานานอาจทําให้ระบบภูมิคุ้มกันของเด็กมีโอกาสพบกับเชื้อจุลชีพและไวรัสต่าง ๆ น้อยกว่าปกติ ดังนั้นเมื่อมีการผ่อนคลายมาตรการดังกล่าว ในระยะแรกจะทำให้เด็กมีการติดเชื้อจุลชีพและไวรัสกันเป็นจำนวนมาก (outbreak) แต่ก็จะเกิดในช่วงเวลาสั้น ๆ และกลับมาเป็นปกติเมื่อภูมิคุ้มกันในเด็กกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
ในขณะที่ทางการจีนแถลงว่าพบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในที่รับเข้ารักษาตัวใน รพ. ซึ่งเป็นเด็กด้วยโรคปอดอักเสบจากเชื้อไมโคพลาสมา เนมโมเนีย เพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ในขณะที่เริ่มพบไวรัสไข้หวัดใหญ่ อะดีโนไวรัส และ ไวรัสริสไพราโทรี ซินไซเทียล ในเดือนตุลาคม 2566 โดยทางการจีนได้ดําเนินการเฝ้าระวัง ตรวจกรองโรคทางเดินหายใจทั้งจากผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในโรงพยาบาลอย่างเข้มงวดครอบคลุมไวรัสและแบคทีเรียกว้างขวางรวมถึงเชื้อไมโคพลาสมา เนมโมเนีย ขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้การตรวจพบและรายงานการเจ็บป่วยโรคทางเดินหายใจในเด็กในปี 2566 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
จีนยืนยัน โรคปอดอักเสบที่กำลังระบาดขณะนี้ ไม่ใช่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่
เช่นเดียวกับนศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า องค์การอนามัยโลกได้รับการตอบจากจีนแล้ว การระบาดโรคทางเดินหายใจในเด็ก ไม่ได้พบเชื้อที่ผิดปกติ หรือเชื้ออุบัติใหม่ใดๆ เป็นเชื้อไวรัสที่ระบาดตามฤดูกาล ขณะนี้จึงไม่มีข้อวิตก ในเวียดนามเอง ขณะนี้ก็มีโรคทางเดินหายใจในเด็กจำนวนมาก จนเตียงเต็ม และต้องมีการเพิ่มจำนวนเตียง สำหรับเด็กที่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจเป็นจำนวนมากคงไม่แปลก เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ ที่พบในฤดูหนาวของซีกโลกเหนือ ก็จะเริ่มพบในช่วงนี้ เป็นโรคประจำฤดูกาล เช่น ไข้หวัดใหญ่ โควิด 19 RSV Rhinovirus etc
หลังจากที่มีการระบาดของโควิด มีการป้องกันและลดการแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจอย่างมาก จึงไม่มีการระบาดของโรค เด็กที่เกิดใหม่โตขึ้นมาใน 3 ปีนี้รวมทั้งเด็กอื่นๆภูมิต้านทานจากการที่ติดเชื้อโดยธรรมชาติก็จะไม่มีหรือลดลงทำให้ปีนี้มีการแพร่ระบาดได้มาก เช่นเดียวกับประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมามีการระบาดอย่างหนักของไข้หวัดใหญ่ RSV Rhinovirus Parainfluenza โดยเฉพาะในเด็ก การระบาดในปีนี้ กล่าวได้ว่า เพิ่มมากขึ้น ชดเชยในช่วงที่ไม่มีการระบาด และในปีต่อๆไป ทุกอย่างก็จะปรับเข้าสู่สภาพเดิมก่อนการระบาดของโรคโควิด 19 ที่เป็นไปตามฤดูกาล