บัตรทองต้องรู้! อัปเดตสิทธิประโยชน์ผู้ป่วยปี 2565 รักษาฟรีที่ไหนบ้าง?
อัปเดตสิทธิ “ผู้ป่วยบัตรทอง” ปี 2565 มีอะไรบ้าง รักษาฟรีที่ไหนบ้าง พร้อมเปิดวิธีสมัครเข้ารับสิทธิ์
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อัปเดตการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้มี สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สิทธิบัตรทอง ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 หากเจ็บป่วยจำเป็นต้องรับการรักษา เช่น ยาหมด ทำแผลต่อเนื่อง เจ็บ ไข้ ไอ ปวด เป็นต้น สามารถเข้ารับบริการเป็นผู้ป่วยนอกได้ที่หน่วยบริการปฐมภูมิในสถานพยาบาลสังกัด สธ. ได้ทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่ถูกปฏิเสธ ไม่ถูกเรียกเก็บเงิน หรือต้องมีใบส่งตัวจากหน่วยบริการที่ลงทะเบียนไว้
นับเป็นการยกระดับไปอีกขั้น เนื่องจากเดิมสิทธิบัตรทองที่เราใช้กันที่ผ่านมานั้น ประชาชนจะสามารถเข้ารับการรักษาได้ที่สถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้เท่านั้น และหากจะเข้าไปรักษาตัวที่สถานพยาบาลที่ไม่ได้ลงทะเบียนจะต้องถูกเรียกเก็บเงิน หรือต้องกลับไปรับใบส่งตัว
แต่สำหรับบริการใหม่ ประชาชนจะสามารถใช้สิทธิได้อย่างไรบ้างนั้น ทีมข่าว PPTV News ได้รวบรวมรายละเอียดไว้ดังนี้
บริการใหม่ เริ่ม 1 ม.ค. 2565
- ประชาชนยังเข้ารักษาที่สถานพยาบาลที่ลงทะเบียนไว้ได้
- กรณีมีความจำเป็นหรือเหตุสมควรสามารถเข้ารักษาที่หน่วยบริการปฐมภูมิอื่น ๆ ได้ โดยไม่ต้องใช้ใบส่งตัว ไม่ถูกเรียกเก็บเงิน
- โรคมะเร็งไปรับบริการที่ไหนก็ได้
- บริการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีหลังการสัมผัสเชื้อ (HIV PEP)
- การตรวจยีน BRCA1 BRCA2 ในผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
- บริการตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคพันธุกรรมเมตาบอลิกด้วยเครื่อง Tandem mass spectrometry
- การผ่าตัดใส่รากฟันเทียมสำหรับผู้ที่ไม่มีฟันทั้งปาก
- บริการคัดกรองรอยโรคเสี่ยงมะเร็งและมะเร็งช่องปาก (CA Oral Screening)
- เพิ่ม 2 บริการตรวจคัดกรองคู่หญิงตั้งครรภ์ ได้แก่ การตรวจคัดกรองธาลัสซีเมียและเชื้อซิฟิลิส
- ขยายบริการล้างไตผ่านช่องท้องด้วยเครื่องอัตโนมัติ (Automated Peritoneal Dialysis : APD)
- กรณีต้องย้ายหน่วยบริการผ่านแอปพลิเคชัน ได้สิทธิทันที ไม่ต้องรอ 15 วัน
สำหรับ หน่วยบริการปฐมภูมิ นั้น คือ บริการสุขภาพด่านแรกขอระบบบริการสาธารณสุข ซึ่งมีบทบาทในการดูแลสุขภาพประชาชนในท้องถิ่น โดยเน้นการป้องกันไม่ให้ป่วย หากเจ็บป่วยจะได้รับการดูแลรักษาเบื้องต้น และครอบคลุมในกรณีที่จำเป็นจะต้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลที่รักษาโรคซับซ้อนมากขึ้น ทั้งนี้รวมถึงบริการฟื้นฟูสุขภาพด้วย
ยกตัวอย่างเช่น สถานีอนามัย, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล (รพ.สต.), หน่วยบริการปฐมภูมิของโรงพยาบาล, ศูนย์สุขภาพชุมชน, ศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. ทั้ง 69 แห่ง คลินิกเอกชนในระบบบัตรทอง และคลินิกอบอุ่น เป็นต้น
กรณี ต้องย้ายหน่วยบริการ ผู้ใช้สิทธิบัตรทองสามารถย้ายสถานพยาบาลได้ 4 ครั้ง/ ปีงบประมาณ ซึ่งสามารถติดต่อขอย้ายสิทธิได้ด้วยตนเองที่สำนักงานเขต 19 แห่ง (เขตบางแค เขตคลองสามวา เขตธนบุรี เขตบางกะปิ เขตบางขุนเทียน เขตคลองเตย เขตบางพลัด เขตประเวศ เขตพระขโนง เขตมีนบุรี เขตราชเทวี เขตราษฎร์บูรณะ เขตลาดกระบัง เขตลาดพร้าว เขตสายไหม เขตหนองแขม เขตหนองจอก เขตหลักสี่ เขตห้วยขวาง), รพ.สต., โรงพยาบาลของรัฐ หรือสามารถย้ายสิทธิผ่านแอปพลิเคชัน หรือไลน์ของ สปสช. @nsho ได้
โดยมีเอกสารที่ต้องใช้ คือ บัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสูติบัตรสำหรับเด็กเล็ก กรณีที่พักอาศัยไม่ตรงตามที่อยู่หน้าบัตรประจำตัวประชาชย ให้ใช้หลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่งเพิ่มเติม ได้แก่ หนังสือรับรองการพักอาศัยอยู่จริงของเจ้าบ้าน, หนังสือรับรองของผู้นำชุมชน ผู้ว่าจ้าง หรือนายจ้าง, เอกสารหรือหลักฐานอื่น เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า หรือสัญญาเช่าที่มีชื่อตนเองที่แสดงว่ามีถิ่นที่อยู่ และทะเบียนบ้านของผู้ลงทะเบียน
วิธีเช็กสิทธิบัตรทอง
สำหรับผู้ที่ไม่ทราบสิทธิบัตรทองของตนเองนั้นอยู่สถานพยาบาลใด มีวิธีเช็ก 2 วิธี ได้แก่
1. เว็บไซต์ สปสช. www.nhso.go.th
เมื่อเข้าไปที่เว็บไซต์แล้ว ให้กรอกเลขบัตรประชาชน, วันเดือนปีเกิด และข้อความตัวอักษรเพื่อเข้าสู่ระบบ
2. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “สปสช.” เพื่อเช็กสิทธิหน่วยบริการบัตรทอง
ประเมินระดับอาการเมื่อป่วยโควิด-19 เข้าข่ายผู้ป่วยกลุ่มสีอะไร
สธ.แจงกรณีโอมิครอนลูกผสม เผยไทยพบผู้ป่วยใกล้เคียง XJ อีกราย
วิธีสมัครบัตรทอง
หากต้องการสมัครรสิทธิ "บัตรทอง” หรือ “บัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า” ให้กับคนในครอบครัว สามารถสมัครได้ที่สำนักงานเขต ในกรุงเทพมหานคร และสำนักงานบัตรทองใกล้บ้าน มีขั้นตอนดังนี้
1. เตรียมเอกสาร ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน (ถ้าผู้ทำบัตรทองเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ใช้สูติบัตร) และ สำเนาทะเบียนบ้าน กรณีที่อยู่ไม่ตรงกับทะเบียนบ้าน ใช้เอกสารเพิ่ม 2 อย่าง ประกอบด้วย สำเนาทะเบียนบ้านที่ไปพักอาศัย และ หนังสือรับรองของเจ้าบ้าน หรือ หนังสือรับรองของผู้นำชุมชนว่าได้ไปพักอยู่อาศัยจริง
2. ตรวจสอบสถานพยาบาลบัตรทองใกล้บ้าน คลิก www.report.nhso.go.th/hospital_search/Search.jsp
3. ตรวจสอบสถานะการสมัคร และสถานพยาบาลที่เกิดสิทธิ
ขณะเดียวกันก็สามารถ สมัครผ่านแอปพลิเคชัน สปสช. ก็ได้
กรณีสมัครผ่านแอปพลิเคชัน สปสช.นั้น จะต้องเตรียมบัตรประชาชน และดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน มีขั้นตอนดังนี้
- ติดตั้งแอปพลิเคชัน พิมพ์คำว่า “สปสช” ใน Google Play หรือ App Store
- เปิดหน้าแอปพลิเคชัน “สปสช” จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”
- กดอ่านเงื่อนไขข้อตกลง และกด “ยอมรับ”
- กรอกเลขบัตรประจำตัวประชาชน
- สแกนลายนิ้วมือหรือตั้งรหัสผ่านสำหรับเข้าสู่แอป
- เมื่อเข้าสู่หน้าหลักของแอปพลิเคชัน คลิกเลือก “ลงทะเบียนสิทธิหลักประกันฯ”
- ตรวจสอบที่อยู่ปัจจุบันตรงกับหน้าบัตรประจำตัวประชาชนหรือไม่ กด “ไม่ตรง” หรือ “ตรง”
- ถ่ายรูปบัตรประชาชน
- ถ่ายรูปตัวเองถือบัตรประชาชน
- แนบหลักฐานแสดงที่อยู่ปัจจุบัน และเอกสารอื่น ๆ ตามที่กล่าวมาข้างต้น
- กรอกที่อยู่ปัจจุบัน
- เลือกเครือข่ายหน่วยบริการ
เมื่อทำตามขั้นตอนเสร็จแล้ว ตรวจสอบสถานะลงทะเบียน ตามรอบการลงทะเบียนสิทธิหลักประกัน เมื่อระบบรับข้อมูลการลงทะเบียนและตรวจสอบหลักฐานแล้ว รอเกิดสิทธิตามรอบที่ระบุไว้ในแอปพลิเคชัน โดยจะมีข้อความส่งมาแจ้งเตือนเขียนว่า “ขณะนี้สิทธิของท่านได้รับการลงทะเบียน ”
สิทธิบัตรทองใช้รักษาอะไรได้บ้าง
- บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
- การตรวจวินิจฉัยโรค
- การตรวจและรับฝากครรภ์
- การบำบัดและการบริการทางการแพทย์
- ยา เวชภัณฑ์ อวัยวะเทียม และอุปกรณ์ทางการแพทย์
- การทำคลอด
- การกินอยู่ในหน่วยบริการ
- การบริการทารกแรกเกิด
- บริการรถพยาบาล หรือบริการพาหนะรับส่งผู้ป่วย
- บริการพาหนะรับส่งผู้ทุพพลภาพ
- การฟื้นฟูสมรรถภาพร่างกายและจิตใจ
- บริการสาธารณสุขด้านการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบโรคศิลปะ
- บริการสาธารณสุขอื่นที่จำเป็นต่อสุขภาพและการดำรงชีวิตที่บอร์ด สปสช.กำหนดเพิ่มเติม
- บำบัดรักษา ฟื้นฟูผู้ติดยาและสารเสพติด
- บริการสาธารณสุขที่เกี่ยวกับอุบัติเหตุการประสบภัยจากรถที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
- รักษาภาวะมีบุตรยากและการผสมเทียม
- การรักษาโรคเดียวกันที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาตัวในโรงพยาบาลประเภทผู้ป่วยในเกินกว่า 180 วัน
สิทธิบัตรทองไม่ครอบคลุมอะไรบ้าง
- เพื่อความสวยงามโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- การตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เกินความจำเป็นจากข้อบ่งชี้ทางการแพทย์
- การรักษาที่อยู่ระหว่างการค้นคว้าทดลอง
- การปลูกถ่ายอวัยวะที่ไม่ปรากฏในบัญชีแนบท้าย
- การบริการทางการแพทย์อื่นตามที่บอร์ด สปสช. กำหนด
การใช้สิทธิบัตรทองใหม่
1. ติดต่อที่หน่วยบริการปฐมภูมิที่เข้ารับการรักษา
2. แจ้งความจำนงใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพก่อนรับบริการ
3. แสดงบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวที่มีรูปถ่ายที่ทางราชการออกให้ สำหรับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี แสดงสำเนาสูติบัตร (ใบเกิด)
ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทรสายด่วน สปสช.ได้ที่ 1330 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือเพิ่มเพื่อนไลน์กับ สปสช. @nsho
UCEP Plus วันแรก! สปสช.อัปเดตขั้นตอนลงทะเบียนรักษาโควิด สำหรับผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง
รวมสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาโควิด แบบไหนรับเงินชดเชย-เคลมประกันได้