โควิด-19 รอบสัปดาห์ พบผู้ติดเชื้อ-ป่วยหนักและเสียชีวิตเพิ่มต่อเนื่อง
สถานการณ์โควิด-19 รอบสัปดาห์ที่ 49 เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่แล้วและคาดว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆในช่วงหน้าหนาว พบยอดผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่ม 590 คน เสียชีวิต 5 คน ป่วยหนักสูงขึ้นด้านศูนย์จีโนมเปิดเผยวิวัฒนาการโควิดคาดโอมิครอน XDD จะเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ลูกผสมที่จะมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกในปี 2567
กรมควบคุมโรค รายงานสถานการณ์โควิด-19 รายสัปดาห์ ระบุว่า ข้อมูลของสัปดาห์ที่ 49 ระหว่าง 2-9 ธันวาคม 2566 มีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่รักษาในโรงพยาบาล 590 ราย เฉลี่ยรายวัน 84 รายต่อวัน ป่วยสะสมตั้งแต่ต้นปี 2566 อยู่ที่ 36,794 ราย ขณะที่มีรายงานว่าผู้ป่วยปอดอักเสบพบรายงาน 94 รายและผู้ป่วยใส่ท่อช่วยหายใจ 49 รายด้านผู้เสียชีวิต 5 คน เฉลี่ยวันละ1 คน สะสมตั้งแต่ต้นปี 2566 อยู่ที่ 831 ราย
สำหรับจำนวนผู้ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ยังไม่พบการรายงานว่ามีผู้เข้ารับวัคซีนเพิ่มเติม โดยในปัจจุบันฉีดวัคซีนสะสม 144,951,341 โดส แบ่งเป็น วัคซีนเข็มที่ 1 จำนวน 57,233,919 โดส คิดเป็น 82.28% เข็มที่ 2 จำนวน 53,730,348 โดส คิดเป็น 77.25% และตั้งแต่เข็มที่ 3 ขึ้นไป จำนวน 33,987,074 โดส (อัปเดตวันที่ 26 พ.ค. 2566)ด้านศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีโพสต์เฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics เปิดเผยวิวัฒนาการโอมิครอนในอดีต (2565) มาสู่ปัจจุบัน (2566) และก้าวไปยังอนาคต (2567)
รุ่นแรก โควิด-19 สายตระกูลโอมิครอนรุ่นแรกประกอบด้วยสายพันธุ์ย่อยที่เรียกว่า B.1.1.529 และมีการกลายพันธุ์ขยับมาเป็น BA.1, BA.2 และ BA.3 แพร่หมุนเวียนทั่วโลกในตลอดปี 2564 มาถึงต้นปี 2565
รุ่นที่สอง เป็นกลุ่มของ โอมิครอน BA.4, BA.5 และ BA.2.86/พิโรลา ซึ่งตรวจพบในช่วงกลางปี 2565 ถึงปี 2566 ส่วนรุ่นที่สองอีกกลุ่มหนึ่งที่ถูกกล่าวถึงคือ EG.5/เอริส
รุ่นแห่งอนาคต แบ่งเป็นสองกลุ่ม
- กลุ่มแรกเป็นการผสมข้ามตระกูลระหว่างเดลตาและโอมิครอน ที่ถูกเรียกขานว่า “เดลตาครอน” เช่น
- XAY (ลูกผสม AY.45, BA.4/5*) พบ 23 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
- XBA (ลูกผสม AY.45, BA.4/5) พบ 8 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
- XBC (ลูกผสม BA.2*, B.1.617.2*) พบ 25 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
- XAW (ลูกผสม BA.2*, AY.122) พบ 51 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
ชึ่งไม่ประสบความสำเร็จในการแพร่ระบาดเนื่องจากไม่สามารถผ่านด้านภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนและการติดเชื้อจากธรรมชาติได้
- กลุ่มที่สองเป็นโอมิครอนลูกผสมระหว่างโอมิครอนรุ่นแรก เช่น BJ.1(BA.2.10.1.1), BA.2.75 กับรุ่นที่สอง เช่น BA.5, BA.2.86 เป็นต้น เกิดเป็นลูกผสม เช่น
- XBB(BJ.1xBA.2.75*) พบ 2,748 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
- XBD(BA.2.75.2xBF.5) พบ 455 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
- XBF(BA.5.2.3xCJ.1) พบ 10,940 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)และ ล่าสุด
- XDD(EG.5.1.1xJN.1) พบ 58 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
ประเมินว่าโอมิครอน XDD จะเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ลูกผสมที่จะมีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกในปี 2567 เข้าแทนที่โอมิครอน EG.5 โอมิครอน XDD เป็นรีคอมบิแนนต์ (recombinant) ของ EG.5.1.1/เอริส และ JN.1 (B.1.1.529.2.86.1.1)/พิโรลา โดยมีโปรตีนส่วนหนามเป็นของ JN.1 แต่มีโปรตีนส่วนอื่นมาจากยีนของ EG.5.1.1 ซึ่งรวมถึงยีน ORF9b และ ยีนORF8 ที่ถูกตัดทอนลงบางส่วน รวมถึงโปรตีนโครงสร้างที่ไม่ใช่ส่วนของหนามแหลม พบแล้ว 58 รายจากฐานข้อมูลโควิดโลกจีเสส(GISAID)
จากรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนมของโอมิครอนลูกผสม XDD คำนวณพบความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด (relative growth advantage) เหนือกว่า สายพันธุ์หลัก เอริส (EG.5.1) ที่ระบาดทั่วโลกขณะนี้ถึง 169% หรือ 1.69 เท่า
สิ่งมีชีวิตลูกผสมที่มีการแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมระหว่างสองสายพันธุ์ที่แตกต่างกันจะทำให้เกิด "ลูกหลาน" ที่มีลักษณะหลายอย่างซึ่งไม่พบในรุ่นพ่อและรุ่นแม่ ในบริบทของไวรัสลูกผสมสามารถเกิดขึ้นได้เมื่อมีจีโนมของไวรัสอย่างน้อยสองสายพันธุ์เพิ่มจำนวนอยู่ในเซลล์เดียวกันของผู้ติดเชื้อรายเดียวกัน
"หมอธีระ" อัปเดตโควิด-19 วันหยุดยาว หลายประเทศป่วยพุ่ง
สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักคือการแลกเปลี่ยนบางส่วนของจีโนมของไวรัสสองสายพันธุ์ที่แตกต่างกันเป็นกลไกทางธรรมชาติที่เร่งให้เกิดวิวัฒนาการของไวรัสอย่างรวดเร็วเพื่อที่จะอยู่ร่วมกับมนุษย์หรือโฮสต์ไปได้อย่างยั่งยืน โดยไวรัสไม่ถูกทำลายโดยระบบภูมิคุ้มกันของผู้ที่ติดเชื้อและไวรัสเองก็ต้องไม่ทำให้ผู้ติดเชื้อต้องเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิต เพราะเท่ากับเป็นการทุบหม้อข้าวตัวเอง ไวรัสไม่สามารถคงอยู่ แพร่พันธุ์เพิ่มจำนวนได้หากปราศจากโฮสต์หรือผู้ติดเชื้อ
ภาพจาก : Freepik,กรมควบคุมโรคและCenter for Medical Genomics
“ภูมิแพ้อากาศ”หรือ“โควิด19”อาการคล้ายกันแยกให้ออกก่อนปอดอักเสบ!
ข่าวปลอม! ยันรัฐยังไม่สั่งงดปีใหม่หลังข่าวลือโควิดเดลตาครอน XBC ระบาด