2 รพ. จ.แม่ฮ่องสอน พบกันครึ่งช่วยเด็กจากพิษไซยาไนด์รุนแรงด้วยยาต้านพิษ
โซเชียลแห่ชื่นชม! เรื่องราวใจฟู เมื่อ 2 โรงพยาบาล จ. แม่ฮ่องสอน ผนึกกำลังพบกันครึ่งทางใช้ยาต้านพิษช่วยชีวิตเด็ก 5 ขวบ หมดสติและมีเลือดเป็นกรดรุนแรงจากพิษไซยาไนด์จากน้ำยาล้างเครื่องเงิน
ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี โพสต์ผ่านเฟชบุ๊ก : Ramathibodi Poison Center โดยระบุว่า ขอเป็นตัวแทนเจ้าหน้าที่ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี ชื่นชมและขอบคุณ ทีม รพ.ขุนยวม และ รพ. ศรีสังวาลย์ จ. แม่ฮ่องสอน ที่ช่วยเหลือประสานงานการส่งตัวผู้ป่วยเด็กที่หมดสติและมีเลือดเป็นกรดรุนแรงจากพิษไซยาไนด์จากน้ำยาล้างเครื่องเงิน
ไซยาไนด์ยับยั้งการหายใจระดับเซลล์ทำให้อวัยวะต่างๆล้มเหลวและอาจเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับยาต้านพิษทันเวลา การได้รับยาต้านพิษทันเวลาสำคัญต่อการกู้ชีวิตเด็กคนนี้มากๆ เรียกว่าทุกวินาทีมีค่า
ด้วยว่าเป็นภาวะที่เกิดไม่บ่อย (ตลอดชีวิตการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์บางท่านอาจยังไม่เคยเจอเลยด้วยซ้ำ) ยาต้านพิษนี้จึงจะไม่ได้มีในทุก รพ. แต่มีระบบการเก็บไว้ในโรงพยาบาลจังหวัดทุกแห่งทั่วประเทศให้มีการส่งหรือยืมเพื่อช่วยผู้ป่วยตามระบบของโครงการยาต้านพิษโดยระบุต่อว่า การที่ทีมทั้งสอง รพ. ตัดสินใจให้ ทาง รพ.ขุนยวม มีแพทย์ และพยาบาลอีกสองท่านออกรถไปกับเด็ก ขณะเดียวกันทาง รพ.ศรสังวาลย์ก็ออกรถนำยาต้านพิษ (sodium nitrite และ sodium thiosulfate) มาพบกันครึ่งทางและให้ยาต้านพิษบนรถพยาบาลกลางทางแล้วรับตัวน้องเด็กไปดูแลต่อที่ไอซียู ทำให้ประหยัดเวลาและรักษาชีวิตคนไข้ได้อย่างทันท่วงที แม้เส้นทางจะคดเคี้ยวหรือทำเวลาได้ยาก แต่ด้วยการประสานพบกันกลางทางนี้ก็ทันเวลาที่จะช่วยคนไข้ให้ฟื้นตัวและตื่นรู้ตัวเป็นปกติได้ในเวลาต่อมา
ขอบคุณที่ให้ทีมศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนไข้ในครั้งนี้ ขอบคุณที่ให้พวกเราได้เห็นตัวอย่างการประสานงานอย่างยอดเยี่ยมระหว่างหน่วยงาน และขอชื่นชมทีมทั้งสองโรงพยาบาล พวกคุณสุดยอดมากครับ
โดยก่อนหน้านี้ โรงพยาบาลขุนยวม ได้แชร์เรื่องราวของ ทีมแพทย์ที่ให้การรักษาคนไข้รายดังกล่าว โดยระบุว่า เด็กน้อยอายุ 5 ปี มาด้วยอาการไม่รู้สึกตัว แน่นิ่งไม่ตอบสนองใดๆ แม่ให้ประวัติดื่มน้ำยาแช่เครื่องเงินประมาณ 1 อึก ซึ่งน้ำยาเป็นสารไซยาไนด์ รพ.ที่ไปรักษาเป็นรพ.ชุมชน ซึ่งไม่เคยเจอเคสแบบนี้มาก่อนหมอจึงรีบโทรไปหาศูนย์พิษรามาทันที เพื่อปรึกษาเรื่องการรักษาพิษจากไซยาไนด์
อาจารย์แพทย์ที่ศูนย์พิษรามา ได้มีคำสั่งการรักษาผู้ป่วย ด้วยยาหลายตัว ยาบางตัวมีให้ได้เลย แต่ยาที่เป็นพระเอกใช้แก้พิษไซยาไนด์ ไม่มีในรพ.ขนาดเล็กๆแบบนี้ ต้องพาเด็กไปรักษาที่รพ.จังหวัด ห่างออกไป 60 กม. ทางคดเคี้ยวเลี้ยวลดขับเร็วไม่ได้ ทำเวลาไม่ได้ หมอปุ้ยโทรปรึกษาแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน และกุมารแพทย์เพื่อจะมารักษาต่อที่นี่ และกระโดดขึ้นรถรีเฟอร์มพร้อมพยาบาลอีก 2 คนเพื่อดูแลเด็กระหว่างทาง หมอกรีคำนวณเวลาแล้ว กว่าเด็กจะมาถึง ไซยาไนด์คงทำพิษต่อร่างกายเสียหายไปมาก และเด็กอาจจะเสียชีวิตระหว่างทาง หมอกรีจึงมีคำสั่งให้เอายาแก้พิษไซยาไนด์ 2 ตัว ให้พนักงานขับรถ นำยาไปส่งให้ทีมหมอปุ้ยที่กำลังเดินทางมา เพื่อที่จะได้รีบให้ยาแก้พิษทันที หมอปุ้ยและทีมรีเฟอร์รพ.ขุนยวม เมื่อได้รับยาจากพชร. แล้วก็ให้ยาแก้พิษ จากนั้นเด็กเริ่มตื่น ดิ้น. จากที่นอนแน่นิ่งไม่ตอบสนองใดๆ
หมอฉุกเฉินมารอเตรียมรับผู้ป่วยที่ ER พอมาถึงที่นี่ ให้ยาแก้พิษซ้ำไปอีก เจาะเลือด ติดตามพิษในเลือด ติดตามสัญญาณชีพ ส่งเด็กนอนรักษาต่อที่ ICU. ลุ้นให้เด็กน้อยรอด เช้านี้ติดตามอาการ เด็กน้อย ตื่นดี ถอดท่อช่วยหายใจแล้ว E4V5M6
การรักษาเด็กน้อยครั้งนี้ เปรียบเสมือนการวิ่งแข่งกับสารพิษไซยาไนด์ ที่เข้าไปทำลายเซลล์ในร่างกาย โดยเราปล่อยยาแก้พิษ ( sodium nitrite และ sodium Thiosulfate) เข้าสู่กระแสเลือดให้วิ่งเข้าไปจับไซยาไนด์ล๊อคไซยาไนด์ไว้ให้สิ้นพิษ เฮ้อ..แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว สรุป.. พวกเราชนะว๊อยย..... เย้!!
คำเตือน ใครมีลูกเล็กควรจัดสิ่งแวดล้อมให้ปลอดภัย ไซยาไนด์มีพิษร้ายแรงมาก สามารถฆ่าคนในเวลาไม่กี่นาที คำเตือนอีกข้อ หากผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น กดหัวใจได้ แต่อย่าจุ๊ฟปากผายปอด เพราะอาจจะได้รับไซยาไนต์ด้วย ตายไปด้วยกันเลย
“ไซยาไนด์” วัตถุอันตรายชนิดที่ 3 พิษแบบฉับพลันรุนแรง
“สัตวแพทย์” เผยไซยาไนด์ไม่นิยมนำมากำจัดสัตว์มีพิษ เหตุเป็นสารอันตราย
หมอโพสต์อุทาหรณ์ เด็กเผลอกลืน "ลวดมัดไก่ย่าง" รีบผ่าตัดช่วยชีวิตด่วน