โควิดไทย 10 จังหวัดติดเชื้อสูงสุด ปอดอักเสบพุ่ง 2,065 ราย
ศบค.รายงานสถานการณ์โควิด-19 ติดเชื้อใหม่ 22,387 ราย ปอดอักเสบ 2,065 ราย
ศูนยข้อมูล COVID-19 กรมประชาสัมพันธ์ รายงานโควิดวันนี้ ประเทศไทย พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 22,387 ราย จำแนกเป็น ผู้ป่วยจากในประเทศ 22,300 ราย ผู้ป่วยมาจากต่างประเทศ 87 ราย ผู้ป่วยสะสม (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) 1,682,437 ราย หายป่วยกลับบ้าน 27,680 ราย หายป่วยสะสม (ตั้งแต่ 1 มกราคม 2565) 1,465,615 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 245,575 ราย กรมควบคุมโรครายงาน ยอด ATK วันนี้ 15,187 ราย
รายงานผู้ป่วยเสียชีวิตเพิ่ม 105 ราย จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ รักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 2,065 ราย เฉลี่ยจังหวัดละ 27 ราย อัตราครองเตียง ร้อยละ 30.1
สำหรับ 10 จังหวัดยอดติดเชื้อสูงสุด
1.กรุงเทพมหานคร 3,174 ราย
2.ชลบุรี 1,036 ราย
3.นครศรีธรรมราช 831 ราย
4.นนทบรี 784 ราย
5.สมุทรปราการ 766 ราย
6.ขอนแก่น 650 ราย
7.นครปฐม 602 ราย
8.สมุทรสาคร 571 ราย
9.ร้อยเอ็ด 553 ราย
10.บุรีรัมย์ 498 ราย
ด้านนายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ขอให้ประชาชนที่จะเดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เตรียมพร้อมก่อนเดินทาง เน้นมาตรการ Self Clean Up เพื่อให้มั่นใจว่าตนเองปลอดจากเชื้อโควิด-19 ตรวจ ATK คัดกรองตนเองเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ และเมื่อถึงภูมิลำเนาควรออกนอกบ้านเท่าที่จำเป็น ไม่ไปในสถานที่เสี่ยง แออัด พร้อมสำรวจอาการตนเองเข้าข่ายได้รับเชื้อโควิด-19 หรือไม่
ขณะที่ ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ในฐานะโฆษก สปสช. กล่าวถึงการดึงร้านขายยา 700 แห่ง ดูแลผู้ป่วยโควิดทางสื่อออนไลน์ว่า เป็นการให้บริการแบบผู้ป่วยนอกแยกกักตัวที่บ้าน หรือเจอ แจก จบ เนื่องด้วยปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ที่เพิ่มสูงอย่างมาก และส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวที่ไม่มีอาการ หรือมีอาการไม่มาก สปสช.ได้ร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมเพื่อให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้เข้าถึงระบบบริการรักษาโดยสะดวก ซึ่งขณะนี้มีร้านยาทยอยขึ้นทะเบียนในระบบกับ สปสช.แล้ว 500 แห่ง
หนีฝุ่น PM 2.5 ไม่ได้ ควรดูแลตัวเองยังไงไม่ให้สุขภาพพัง
สงกรานต์ส่งความห่วงใย ด้วยอาหารอุดมคุณค่าทางโภชนาการ
“ร้านยาที่เข้าร่วมให้บริการต้องมีเภสัชกรประจำ ขั้นตอนการเข้ารับบริการเจอ แจก จบ ที่ร้านยานั้น เช่นเดียวกับการเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลและหน่วยบริการอื่นๆ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยก่อนให้บริการจะมีการพิสูจน์ตัวตนของผู้รับบริการเพื่อยืนยันการเข้ารับบริการโดยใช้บัตรประชาชน และบันทึกข้อมูลการให้บริการผ่านโปรแกรม AMED Telehealth ระบบบริการการแพทย์ทางไกล ซึ่งพัฒนาโดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ในการบันทึกข้อมูลเพื่อส่งเบิกกับ สปสช.” รองเลขาฯสปสช.กล่าว