สมศักดิ์ เผยคืนกัญชาเป็นยาเสพติด เร่งเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี
สมศักดิ์ เผย ประกาศสธ. กำหนดให้ “พืชกัญชา” เป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ยกเว้นบางส่วน ย้ำ เจตนารมณ์เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ไม่ใช่เพื่อสันทนาการ
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือ สธ. เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาล ที่มุ่งหมายดำเนินการให้มีการใช้ประโยชน์จากกัญชาทางการแพทย์และสุขภาพ เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ประกอบกับข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำหนดนำกัญชากลับเข้ามาเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 5 และให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2567 นั้น ตามขั้นตอนการดำเนินการเรื่องนี้
ต้องมีการจัดทำกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง 2 เรื่อง ประกอบด้วย
- ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำหนดให้ “พืชกัญชา” เป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ยกเว้นบางส่วนของพืชกัญชา ได้แก่ ใบ กิ่งก้าน ราก ลำต้น เมล็ด
- กฎกระทรวงที่เกี่ยวกับการอนุญาตการปลูก ครอบครอง นำเข้า ส่งออก หรือการใช้กัญชา
นายสมศักดิ์ กล่าวว่าเพื่อให้การจัดทำกฎหมายลำดับรอง ที่เกี่ยวข้องดังกล่าว เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและสอดคล้องเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ตนในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงเห็นควรกำหนดเป้าหมาย และกรอบเนื้อหาของร่างกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง ที่จะได้ยกร่างขึ้นเสนอเพื่อดำเนินการต่อไป 3 ประการ คือ
- เจตนารมณ์ของการอนุญาตปลูก ครอบครอง นำเข้า ส่งออก หรือเสพกัญชา ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การรักษาผู้ป่วย การศึกษาวิจัย หรือประโยชน์อื่นๆ ในทำนองเดียวกันเท่านั้น
- ระบบอนุญาตต้องไม่เป็นภาระกับประชาชนเกินสมควร โดยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการอนุญาต ที่จะกำหนดในกฎกระทรวงการอนุญาตดังกล่าว เช่น การกำหนดคุณสมบัติของผู้ขออนุญาต การยื่นคำขอ ระยะเวลาที่ใช้ในการอนุญาต เกณฑ์หรือเงื่อนไขการพิจารณาอนุญาต หรือการกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตอื่นๆ ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของการอนุญาต ซึ่งต้องมีความชัดเจน ได้สัดส่วน โดยมีข้อกำหนดการปฏิบัติ หรือต้นทุนการปฏิบัติตามกฎหมายของประชาชนเท่าที่จำเป็น และน้อยที่สุดเพียงเพื่อป้องกันความเสี่ยง ไม่ให้มีการนำกัญชาไปใช้ในวัตถุประสงค์เพื่อสันทนาการเท่านั้น
“สมศักดิ์” เผยนายก ฯให้เวลาดึงกัญชาเป็นยาเสพติดถึงสิ้นปีนี้!
- ประกาศกระทรวงและกฎกระทรวงที่จะเสนอ ควรต้องกำหนดวันใช้บังคับหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นระยะเวลาหนึ่ง เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชน หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง มีเวลาและมีโอกาสในการปรับเปลี่ยนธุรกิจ หรือดำเนินการใดๆ ที่จำเป็นก่อนประกาศกระทรวงหรือกฎกระทรวงเหล่านั้นมีผลใช้บังคับด้วย