“วัคซีน RSV” สำคัญต่อผู้สูงอายุมากแค่ไหน? เผยอาการควรรีบพบแพทย์
ช่วงฤดูฝน ปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยๆ โรคติดเชื้อทางเดินหายใจ เชื้อไวรัสที่ไม่ค่อยมีใครสนใจอย่าเไวรัส RSV แต่กลับเป็นไวรัสที่ยังไม่มียาต้านโดยตรง อีกทั้งยังเป็นไวรัสทำให้เยื่อบุหลอดลมกับระบบทางเดินหายใจต่างๆ บวม โดยผู้สูงอายุอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เสี่ยง ปอดอักเสบ หลอดลมอักเสบ ภาวะหายใจล้มเหลว อันตรายถึงชีวิตได้
RSV หรือ Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจทั้งส่วนบนและส่วนล่าง โดยเฉพาะมักรุนแรงใน เด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปี และ ผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 65 ปี ขึ้นไป หรือมีร่างกายอ่อนแอ ซึ่งผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากการติดเชื้อ RSV
ทั้งนี้ การระบาดของเชื้อไวรัส RSV ในประเทศไทยมักพบในฤดูฝนและฤดูหนาว สามารถแพร่กระจายได้ง่ายในสถานที่แออัด เช่น โรงเรียน สถานดูแลผู้สูงอายุ
โดยเชื้อ RSV สามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานหลายชั่วโมง และอยู่บนมือได้นานกว่าครึ่งชั่วโมงหากไม่ได้ล้างทำความสะอาด ซึ่งระยะฟักตัวของโรคอยู่ที่ประมาณ 4-6 วันหลังจากได้รับเชื้อ
อาการ RSV แบบไหนต้องรีบพบแพทย์ ?
- ไข้ต่ำๆ : อุณหภูมิร่างกายอาจสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ในผู้สูงอายุบางรายอาจไม่มีไข้
- น้ำมูกไหล : มักเป็นน้ำมูกใสในระยะแรก
- เจ็บคอ : อาจรู้สึกระคายเคืองหรือแสบคอ
- ไอแห้งๆ : เริ่มมีอาการไอเล็กน้อย
หากปล่อยทิ้งไว้ อาการที่อาจพบตามมาได้แก่
- ไอมากขึ้น : ไอถี่ขึ้นและอาจมีเสมหะ
- หายใจมีเสียงวี้ด (Wheezing) : เสียงหวีดเวลาหายใจออก
- หายใจเร็วและตื้น : อัตราการหายใจเพิ่มขึ้น
- หอบเหนื่อย : รู้สึกเหนื่อยง่ายแม้ทำกิจกรรมเบาๆ
- เบื่ออาหาร : รับประทานอาหารได้น้อยลง
- อ่อนเพลีย : รู้สึกเหนื่อยล้าผิดปกติ
- อาการของโรคประจำตัวแย่ลง : เช่น หอบหืดกำเริบ หรือควบคุมเบาหวานได้ยากขึ้น
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
- หายใจลำบากมาก หายใจเร็ว หรือใช้กล้ามเนื้อช่วยหายใจ
- ไข้สูงไม่ลด โดยเฉพาะถ้าสูงกว่า 39 องศาเซลเซียส
- อาการแย่ลงอย่างรวดเร็วโดยเห็นได้ชัด
- ไม่สามารถกินอาหารหรือดื่มน้ำได้ เสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำรุนแรง
- ชักหรือหมดสติ เป็นสัญญาณอันตรายที่ต้องได้รับการช่วยเหลือด่วน
จะรู้ได้อย่างไรว่าผู้สูงอายุติดเชื้อ RSV ?
เนื่องจากอาการของการติดเชื้อ RSV จะคล้ายกับการเป็นไข้หวัด แต่จะแตกต่างกันตรงที่ RSV อาจจะมีไข้และมีระยะเวลาในการเป็นนานว่าไข้หวัดธรรมดา โดยจะอยู่ที่ 5-7 วัน และอาการทางระบบหายใจจะชัดเจนกว่า โดยการติดเชื้อ RSV จะไม่มีอาการสูญเสียการรับกลิ่นหรือรส คล้ายโควิด-19 เป็นต้น เพื่อลดความเสี่ยงอาการแทรกซ้อนรุนแรง หากผู้สูงอายุมีอาการต้องสงสัยตามที่กล่าวมา ควรให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวัง และสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด โดยรีบพาไปพบแพทย์เมื่อมีอาการที่น่ากังวล
สาเหตุการติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุ
- ภูมิคุ้มกันที่เสื่อมถอยของผู้สูงอายุ ผู้สูงอายุมักมีระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงตามธรรมชาติ
- สภาพแวดล้อมและการอยู่อาศัย การอยู่ในสถานที่ที่สามารถสัมผัสกับผู้ติดเชื้อ โดยเฉพาะการอยู่กับเด็กเล็กที่อาจเป็นพาหะของเชื้อ RSV หรืออยู่ในพื้นที่แออัด มีการระบายอากาศไม่ดี
- โรคประจำตัว ผู้สูงอายุโดยส่วนมากจะมีโรคประจำตัว จึงสามารถรับเชื้อได้ง่าย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีโรคปอดเรื้อรัง เช่น COPD หรือหอบหืด ทำให้ปอดอ่อนแอและติดเชื้อได้ง่าย มีโรคหัวใจ ส่งผลต่อการไหลเวียนเลือดและออกซิเจนไปยังปอด เป็นเบาหวาน ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ รวมถึงโรคไตเรื้อรัง ที่ส่งผลต่อการกำจัดของเสียและการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งผู้สูงอายุกลุ่มนี้เมื่อรับเชื้อ RSV มักมีอาการรุนแรง
- พฤติกรรมสุขอนามัย เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยเช่นกัน หากละเลยจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงให้กับผู้สูงอายุ เช่น การล้างมือไม่สม่ำเสมอหรือไม่ถูกวิธี การสัมผัสใบหน้า ตา จมูก ปาก บ่อยๆ โดยไม่ล้างมือ หรือการไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ หรือเมื่อมีอาการป่วย
- ภาวะทุพโภชนาการ ผู้สูงอายุที่ขาดสารอาหารสำคัญ รวมถึงมีภาวะขาดน้ำ ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ได้เชื้อ RSV ได้ง่าย นอกจากนี้ผู้สูงอายุที่มีความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับไม่เพียงพอหรือคุณภาพการนอนไม่ดี ทำให้ร่างกายอ่อนแอ ก็จะส่งผลเสียต่อระบบภูมิคุ้มกันที่ง่ายต่อการรับเชื้อ
RSV ในผู้สูงอายุ อันตรายแค่ไหน ?
การติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุมักมีความรุนแรงมากกว่าในวัยอื่นๆ เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันที่อ่อนแอลงและมักมีโรคประจำตัวร่วมด้วย ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง
ระดับความรุนแรง
- อาการเล็กน้อย : ผู้สูงอายุบางรายอาจมีเพียงอาการคล้ายไข้หวัดธรรมดา
- อาการปานกลาง : อาจมีไข้สูง ไอมาก หายใจลำบาก แต่ยังไม่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
- อาการรุนแรง : อาจนำไปสู่ภาวะปอดอักเสบ หายใจล้มเหลว หรือต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU)
แพทย์เตือน ระวังเชื้อ RSV ที่มักระบาดในช่วงเดือน ก.ค. ของทุกปี
วิธีการป้องกันและรักษา RSV
ปัจจุบันมีการวิจัยและพัฒนาวัคซีนที่ป้องกันการติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มียารักษาเชื้อไวรัส RSV โดยตรง การรักษาจึงเป็นเพียงการรักษาตามอาการแบบประคับประคอง เช่น การให้ยาลดไข้ การดูดเสมหะ การให้ยาขยายหลอดลมในรายที่มีภาวะหลอดลมตีบ ใ โดยระยะเวลาในการรักษาของแต่ละคนขึ้นกับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล และระดับความรุนแรงของโรค
แนวทางการป้องกันการติดเชื้อ RSV ในผู้สูงอายุ
- ควรล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำอย่างน้อย 20 วินาที
- ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือเมื่อไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่และน้ำได้
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสตา จมูก และปากด้วยมือที่ไม่สะอาด
- ใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม และทิ้งทันทีหลังใช้
- สวมหน้ากากอนามัยในที่สาธารณะ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของเชื้อ
- หลีกเลี่ยงการพบปะกับผู้คนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาด
- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับเด็กเล็กหรือบุตรหลานที่มีอาการติดเชื้อ เป็นหวัด น้ำมูกไหล
- การดูแลสุขภาพ ต้องรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอตามความเหมาะสมกับสภาพร่างกาย และพักผ่อนให้เพียงพอ
- ควรจัดการสภาพแวดล้อมให้สะอาด
วัคซีน RSV สำหรับผู้สูงอายุมีไหม?
ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีน RSV ในผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงการติดเชื้อและความรุนแรงของโรค RSV และโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ได้โดยตรง ตามรายการวิจัยเบื้องต้น rsv virus vaccine (Respiratory syncytial virus Respiratory syncytial virus; RSV) จะใช้สำหรับกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโรคทางเดินหายใจส่วนล่าง (Lower Respiratory Tract Disease; LRTD) ที่มีสาเหตุมาจาก respiratory syncytial virus ซึ่งผลของวัคซีนจะช่วยทำให้ลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อได้ โดยฉีดเพียง 1 เข็ม เท่านั้น
ขอบคุณข้อมูลจาก : โรงพยาบาลพญาไท 3
ข้อมูลระบาดวิทยา กรกฎาคม 2567 ไข้หวัดใหญ่แซงโควิด เชื้อ RSV เพิ่มขึ้น!
6 ปัญหาที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ สาเหตุของอาการหลงลืม ทรงตัวยากหกล้ม