แพทย์เผยที่มาของ “ฝีดาษวานร” ย้ำ clade 1 รุนแรงติดง่ายกว่าที่พบในไทย
นายแพทย์ยงเผยต้นกำเนิดของฝีดาษวานร (Mpox) ย้ำสายพันธุ์ clade 1 ที่ระบาดหนักในทวีปแอฟริกา แพร่กระจายและติดต่อได้ง่ายไม่เหมือนกับสายพันธุ์ 2b ที่ระบาดในไทย
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์เฟซบุ๊ก Yong Poovorawan ระบุว่า
ฝีดาษวานร พบและรายงานครั้งแรก เป็นการระบาดในลิงที่เลี้ยงไว้ทดลอง ลิงมีอาการและแยกเชื้อได้ในกลุ่มของฝีดาษ (poxvirus) จึงเรียกว่าฝีดาษลิง (Monkeypox) เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว จนกระทั่งอีก 10 กว่าปีต่อมา พบโรคนี้ในมนุษย์ที่คองโก ไม่ทราบแน่ชัดว่าติดมาจากสัตว์ใด และก็พบเรื่อยมา
ต่อมาจึงเข้าใจว่าสัตว์นำโรค น่าจะเป็นสัตว์ตระกูลฟันแทะหรือหนู และสามารถติดต่อระหว่างคนสู่คนได้
การตั้งชื่อ ฝีดาษลิงหรือฝีดาษวานร ก็เพราะพบครั้งแรก ในลิง แต่ความเป็นจริงการติดต่อสู่คน ไม่ทราบว่าเป็นสัตว์ชนิดใด น่าจะเป็นสัตว์ในตระกูลฟันแทะ ในระยะหลังนี้องค์การอนามัยโลกเองจะตั้งชื่อโรคที่เกิดจากไวรัส หรือโรคอุบัติใหม่ จะไม่ใช้ชื่อสถานที่ สัตว์นำโรค บุคคล มาตั้งเป็นชื่อโรค เพราะจะทำให้เกิดบาดแผลต่อสิ่งนั้น หรือแนวคิดทัศนคติทางลบต่อสิ่งนั้นๆ องค์การอนามัยโลกจึงตั้งชื่อว่า “Mpox” สำหรับไทย ผู้ที่ตั้งชื่อว่าฝีดาษวานร คือศาสตราจารย์นายแพทย์ประเสริฐ ทองเจริญ
นอกจากนี้ หมอยงได้เปิดเผยว่าปัจจุบันมี การแบ่งแยกชนิดสายพันธุ์ของฝีดาษวานร Mpox โดย ระบุว่าในปัจจุบันจากการถอดรหัส DNA จะแยกฝีดาษวานร เป็น 2 กลุ่ม (Clade) คือ กลุ่มหนึ่งและกลุ่ม 2
- สายพันธุ์ที่ระบาดในแอฟริกาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ 1
- การระบาดนอกแอฟริกาส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่ 2
ทั้งกลุ่ม 1 และกลุ่ม 2 ยังแยกเป็นกลุ่มย่อย a และ b การระบาดนอกแอฟริกาจะเป็นสายพันธุ์กลุ่ม 2b
ฟิลิปปินส์เผย “ฝีดาษวานร” เคสที่พบ เป็นสายพันธุ์ “Clade 2” ที่ไม่รุนแรง
เมื่อเร็วๆนี้มีการระบาดพบผู้ป่วยจำนวนมาก ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก มีผู้ป่วยที่ต้องสงสัยและยืนยันถึงปัจจุบันร่วม 20,000 รายแล้ว และมีผู้เสียชีวิต อยู่ในอัตราถึงร้อยละ 3 ถึง 4 สายพันธุ์ที่พบเป็นสายพันธุ์กลุ่ม 1b แสดงให้เห็นว่าสายพันธุ์นี้ สามารถติดต่อกันได้ง่าย และมีความรุนแรงสูง พบกว่าครึ่งหนึ่งเป็นเด็ก และผู้ที่เสียชีวิตส่วนใหญ่ก็เป็นเด็กที่มีร่างกายอ่อนแอ จึงทำให้ต้องเฝ้าระวังและเกิดความกังวล องค์การอนามัยโลกจึงประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินโรคระหว่างประเทศ ที่น่ากังวล และต้องเฝ้าระวัง
ฝีดาษวานร เชื้อสายพันธุ์ใหม่ 1b ระบาดในแอฟริกา ที่สร้างความกังวลและต้องเฝ้าระวัง หลังจากระบาดในสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก โรคนี้ได้แพร่กระจายในแอฟริการ่วม 10 ประเทศ การติดต่อของโรคจะแตกต่างกับสายพันธุ์ 2b ที่ระบาดนอกแอฟริกา
สายพันธุ์ 1b แพร่กระจายและติดต่อได้ง่าย จึงพบได้ในเด็ก และเพศหญิง ไม่เหมือนกับสายพันธุ์ 2b ที่ติดต่อได้ยากกว่า ส่วนใหญ่จะพบในเพศชาย วัยหนุ่มถึงกลางคน โดยการสัมผัสอย่างใกล้ชิด หรือมีเพศสัมพันธ์กับผู้ป่วย
วัคซีนป้องกันฝีดาษวานร เทียบ 2 วิธีการฉีดต้านเชื้อโรคได้ราว 66-89%
สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษวานร