10 กันยายน วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก แนะ สายด่วน 1323 ปรึกษาสุขภาพจิต
WHO กำหนดให้วันที่ 10 กันยายน ของทุกปีเป็น “วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก” (World Suicide Prevention Day) โดยทั่วโลกพบทุกๆ 40 วินาที มีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จ ขณะที่ไทยพบว่า ปี 2565 มีอัตราสูงที่สุดในรอบ5 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ล่าสุด ปี 2566 อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ ราว 5,172 คน
องค์การอนามัยโลก กำหนดให้วันที่ 10 กันยายนของทุกปี เป็น “วันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก” (World Suicide Prevention Day) โดยประกาศเป็นครั้งแรก เมื่อปี 2546 โดยในแต่ละทั่วโลกมีผู้ฆ่าตัวตายสำเร็จเป็นจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน หรือ 1 คน ในทุกๆ 40 วินาที โดยในปี 2567-2569 – 2026 องค์การอนามัยโลก กำหนดประเด็นการรณงค์ภายใต้หัวข้อ “Changing the narrative on suicide”
.
ที่นำไปสู่การปฏิบัติโดยเริ่มจาก “Start the Conversation” เพื่อส่งเสริมการตระหนักถึงความสำคัญของการลดทอนตราบาปและสนับสนุนการเปิดใจสนทนาเพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย
สำหรับการฆ่าตัวตายหรือพยายามฆ่าตัวตาย เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยด้วยเช่นกัน จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2562 พบว่าอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จของประเทศไทยได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2565 มีอัตราสูงที่สุดในรอบห้าปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 7.97 ต่อ 1 แสนประชากร เพิ่มขึ้นชัดเจนจากปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 7.38 ต่อ 1 แสนประชากร ขณะที่ล่าสุด ปี 2566 อัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จยังคงมีจำนวนที่สูงอยู่ โดยอยู่ที่ 7.94 ต่อแสนประชากร (จำนวน 5,172 คน)
การฆ่าตัวตายมีสาเหตุที่หลากหลาย ทั้งเกิดจากปัญหาด้านความสัมพันธ์ ปัญหาทางสุขภาพกายและภาวะเจ็บป่วย รวมถึงจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และปัญหาด้านเศรษฐกิจ ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างมากทั้งต่อครอบครัว สังคม และประเทศชาติ ดังนั้นที่ผ่านมาทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เห็นถึงความสำคัญต่อการป้องกันการฆ่าตัวตายที่จะต้องเริ่มต้นป้องกันทางด้านสุขภาพจิต จึงได้ร่วมกับ “สายด่วนสุขภาพจิต 1323” ให้เป็นหน่วยบริการในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง 30 บาท) โดยประชาชนสามารถรับบริการปรึกษาปัญหาสุขภาพจิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
ส่วนการให้บริการนั้น เจ้าหน้าที่สายด่วนสุขภาพจิต 1323 จะทำการสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อยืนยันตัวตน เช่น ชื่อ นามสกุล หมายเลข 13 หลัก เป็นต้น พร้อมรับฟังปัญหาและให้คำปรึกษาเบื้องต้น ซึ่งหากประเมินแล้วว่า เป็นผู้ที่มีภาวะเสี่ยงทางสุขภาพจิต จะมีนักจิตวิทยาโทรกลับเพื่อคำปรึกษาเร่งด่วน โดยข้อมูลของผู้ป่วยจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับ