ไข้หวัดใหญ่ 1 เดือนป่วยสะสมพุ่งสูง เกือบ 76,000 ราย เสียชีวิต 3 ราย
ไข้หวัดใหญ่ ระบาดหนักตั้งแต่ต้นปี (1 มกราคม-7 กุมภาพันธ์ 2568) ผู้ป่วยสะสม 75,936 ราย เสียชีวิต 3 ราย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.005 พบผู้ป่วยสะสมสูงสุดอายุน้อย (5-9 ปี)
ไข้หวัดใหญ่ โรคระบาดประจำถิ่นที่มีมานาน พบได้ทุกกลุ่มอายุ แต่จะพบมากในเด็ก อัตราป่วยตายมักพบในผู้ที่อายุมากกว่า 60 ปี หรือผู้ที่มีโรคประจำตัว โดยปี 2567 มีผู้ป่วยสะสม 668,027 ราย สูงกว่าปี 2566 ประมาณ 1.39 เท่าเสียชีวิต 51 ราย (อายุต่ำสุด 2 เดือน สูงสุด 90 ปี) ตรวจพบสายพันธุ์ A/H1N1 (2009) มากที่สุด
ขณะที่ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรค พบไข้หวัดใหญ่ล่าสุด (ตั้งแต่ 1 มกราคม-7 กุมภาพันธ์ 2568)มีผู้ป่วยสะสม 75,936 ราย เสียชีวิต 3 ราย อัตราการเสียชีวิตอยู่ที่ 0.005
สามารถพบได้ทุกกลุ่มอายุ แต่จะพบมากในเด็ก อัตราป่วยตายมักพบในผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปีขณะที่พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ ในผู้ที่มีโรคประจำตัว 3 กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยสูงสุด คือ 5-9 ปี (14,708 ราย) รองลงมาเป็น 10-14 ปี (10,896) และ 30-39 ปี (10,260)
คำแนะนำไข้หวัดใหญ่
- ปิด ปาก จมูก เมื่อไอ จาม ทุกครั้งด้วยผ้า ทิชชู่หากป่วยควรสวมหน้ากากอนามัย
- ล้างมือ ก่อนกินอาหารหลังเข้าห้องน้ำ ด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์
- เลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด กับผู้ป่วย หรือเข้าไปในพื้นที่ที่มีผู้คนแออัด
- หยุด เมื่อป่วย แม้อาการไม่มาก ลดการแพร่กระจายเชื้อ
- กลุ่มเสี่ยงควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เป็นประจำทุกปีเพื่อป้องกันอาการรุนแรง
ย้อนข้อมูล“ไข้หวัดใหญ่ 2567” พบเสียชีวิต 51 ราย ส่วนมากติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A