BDMS Academic Annual Meeting 2025 เจาะลึกแนวทางรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก
วันที่ 2 ของการประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025 บรรยากาศเต็มไปด้วยบุคลากรทางการแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ ร่วมเจาะลึกแนวทางการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก พร้อมอัพเดตเทคโนโลยี "โปรตอน" การฉายรังสีแบบใหม่ที่เพิ่มโอกาสหายขาดและลดผลข้างเคียงให้ผู้ป่วยมะเร็ง
(4 พฤศจิกายน 2568) บรรยากาศวันที่ 2 ของการจัดประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025 โดยบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรฐานทางการแพทย์ของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ระหว่างวันที่ 3 – 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ ศูนย์ประชุม BDMS Connect Center ภายในงาน ได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ และบุคลากรทางการแพทย์ มาร่วมแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญด้านสุขภาพ
โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับการตรวจรักษาโรคมะเร็ง อย่างการบรรยายหัวข้อ Colorectal Surgery Approach หรือ แนวทางการผ่าตัดลำไส้ใหญ่และทวารหนัก สำหรับผู้ที่ป่วยเป็นมะเร็ง Prof.Dr. Vassiliki Liana Tsikitis Head, Division of Gastrointestinal & General Surgery Oregon Health & Science University (OHSU) ได้นำ แนวทางการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ ของ Oregon Health & Science University มาร่วมแชร์ภายในงาน
ปัจจุบัน พบว่าผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งมีช่วงอายุที่น้อยลง คืออยู่ในช่วงอายุ 30-40 ปีเท่านั้น และในอีก 10 ปีข้างหน้า ตนเองหวังว่าคนไข้จะได้รับการตรวจคัดกรองและเจอโรคที่เร็วขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสและความหวังในการรักษาผู้ป่วยจากโรคดังกล่าว
ขณะที่วิธีการป้องกันและการลดความเสี่ยงเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ Prof.Dr. Vassiliki กล่าวว่า ปกติแล้ววัยที่ควรตรวจสุขภาพเพื่อคัดกรองโรคมะเร็งคือช่วงอายุ 45 ปีขึ้นไป แต่สำหรับคนที่อายุต่ำกว่า แนะนำว่าให้ฟังเสียงร่างกายของตัวเอง และดูแลสุขภาพ พักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมไปถึงอย่ากลัวที่จะไปพบแพทย์หากเริ่มมีอาการ และหากมีข้อสงสัยให้รีบถามซึ่งก็จะเป็นประโยชน์กับตัวของทุกคนเอง
ด้าน Prof. Dr. Kim Champion Lu Professor, GI & General Surgery Oregon Health & Science University (OHSU) ได้นำข้อมูลการเกี่ยวกับการรักษามะเร็งลำไส้ใหญ่ พร้อมเชร์แนวโน้มใหม่ที่ได้จากการศึกษาและวิจัยในการผ่าตัดมะเร็งทวารหนัก มาร่วมบรรยายภายในงาน นอกจากนี้ยังนำเคสตัวอย่างของการรักษา มาเปรียบเทียบวิธีการรักษาแบบสมัยก่อนและสมัยใหม่เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้เห็นผลการรักษาที่เกิดขึ้นจริงอีกด้วย
ภายในงาน มีการบรรยายที่น่าสนใจ หัวข้อ “ Proton Therapy in Practice: A New Era of Targeted Radiation” โดย ผศ.ดร. ทวีป แสงแห่งธรรม คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายว่า เทคโนโลยีการรักษาด้วยลำแสงโปรตอน นับเป็นอีกก้าวสำคัญของวงการแพทย์ไทยในการรักษาโรคมะเร็ง เป็นการใช้อนุภาคโปรตอนยิงเข้าสู่ร่างกาย เพื่อทำลายเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำ สามารถลดปริมาณรังสีที่กระทบต่ออวัยวะข้างเคียงได้มากกว่าการฉายรังสีแบบเดิม ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการข้างเคียงน้อยลง และฟื้นตัวได้เร็วขึ้น จุดเด่นของเทคโนโลยีนี้ คือ ความปลอดภัยและความแม่นยำ โดยเฉพาะในผู้ป่วยมะเร็งเด็ก ซึ่งการลดปริมาณรังสีต่ออวัยวะปกติ ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งชนิดใหม่ในอนาคตได้
ขณะที่ นางสาวบุณฑริก นายอง นักรังสีการแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคโปรตอน” หรือ การรักษาด้วยลำแสงโปรตอน ถือเป็นก้าวสำคัญของวิวัฒนาการด้านรังสีรักษา โดยศูนย์โปรตอนแห่งแรกของประเทศไทยกำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา โดยมีศูนย์รังสีรักษาแบบ RTT เป็นแนวหน้าของการขับเคลื่อนเทคโนโลยีนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานการรักษาโรคมะเร็งให้ทัดเทียมระดับสากล
ด้าน รศ.พญ. กาญจนา โชติเลอศักดิ์ รังสีรักษาแพทย์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นแห่งแรกในไทยที่มีเครื่องฉายรังสีโปรตอน และได้เริ่มให้บริการรักษาผู้ป่วยตั้งแต่ปี 2561 โดยอยู่ในช่วงการเก็บข้อมูลทางคลินิก เพื่อพัฒนาการรักษาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการคัดเลือกผู้ป่วยจะพิจารณาตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์และแนวทางสากล ซึ่งในต่างประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา มีการกำหนดแนวทางชัดเจนสำหรับผู้ป่วยที่อาจได้รับผลข้างเคียงสูงจากการฉายรังสีแบบทั่วไป
การรักษาด้วยโปรตอนเหมาะกับผู้ป่วยที่ต้องการลดผลกระทบต่ออวัยวะสำคัญ เช่น มะเร็งศีรษะและลำคอ หรือผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงจากรังสีทั่วไป รวมถึงผู้ป่วยเด็กที่มีโอกาสหายขาดจากโรคสูง เนื่องจากโปรตอนสามารถลดปริมาณรังสีที่กระทบต่อเนื้อเยื่อปกติ ซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพชีวิตในระยะยาว
ซึ่งในปัจจุบันเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่มีคุณสมบัติที่สำคัญก็คือ สามารถที่จะควบคุมให้ปริมาณรังสีอยู่ในบริเวณตำแหน่งก้อนของมะเร็งที่เราต้องการรักษาได้ดีขึ้น ก็จะทำให้จุดมุ่งหมายที่สำคัญในทางรังสีรักษา ก็คือ อยากให้ปริมาณรังสีอยู่ที่บริเวณเนื้องอก หรือ ที่ก้อนมะเร็งให้ได้เต็มที่ ในขณะที่ เราต้องการให้ปริมาณรังสีในเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ข้างเคียงให้ได้น้อยที่สุด เป้าหมายก็คือ เพื่อที่จะให้ผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษาน้อยที่สุด ทำให้คนไข้มีโอกาสหายขาดมากที่สุด และมีผลข้างเคียงจากการรักษาน้อยที่สุด" รศ.พญ. กาญจนา กล่าว
สำหรับการประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025 จะจัดถึงวันที่ 7 พฤศจิกายนนี้ ที่ ศูนย์ประชุม BDMS Connect Center