BDMS ชูเทคโนโลยีการแพทย์สมัยใหม่ ยกระดับมาตรฐานรักษาโรคหัวใจ
วันที่ 4 ของการประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025 แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้โชว์ศักยภาพการใช้ AI ช่วยลดภาระงานบุคลากรทางการแพทย์ และช่วยเสริมการรักษาโรคหัวใจเฉียบพลัน เพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้ผู้ป่วย
(6 พฤศจิกายน2568) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS จัดประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025 เปิดโอกาสให้บุคลากรทางการแพทย์จากทั่วประเทศ มาแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ภายในงาน มีการบรรยายพิเศษจากบุคลากรทางการแพทย์ตามลักษณะกลุ่มวิชาชีพ ซึ่งวันที่ 4 ของการจัดประชุมวิชาการ ไฮไลท์สำคัญ มีการบรรยายเกี่ยวกับการอัพเดทการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลัน หัวข้อ “Acute Coronary Syndrome Update 2025”
นายแพทย์เกรียงไกร เฮงรัศมี ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่าแนวทางการรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันในปี 2025 มีการปรับปรุงตามมาตรฐานสากล โดยแนวทางใหม่เน้นการฟื้นฟูหลอดเลือดให้สมบูรณ์ รวมถึงการใช้เทคโนโลยีถ่ายภาพหลอดเลือด และอุปกรณ์ช่วยพยุงการไหลเวียนโลหิตขั้นสูง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและลดอัตราการเสียชีวิต
ด้านศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ดำรัส ตรีสุโกศล อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ได้บรรยายหัวข้อ “Cardiogenic Shock 2025” กล่าวว่า ภาวะช็อกจากหัวใจ เป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้เพียงพอ มักเกิดหลังอาการหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงมากกว่ากลุ่มอื่น
ซึ่งในด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการรักษา โรงพยาบาลในเครือ BDMS ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทีมแพทย์เฉพาะทางที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ พร้อมนำเทคโนโลยีเครื่องมือช่วยพยุงระบบไหลเวียนเลือดเข้ามาใช้ในการรักษาผู้ป่วยภาวะช็อกจากหัวใจ ได้แก่ เครื่อง IABP (Intra-Aortic Balloon Pump) และเครื่อง Impella
"เราเป็นโรงพยาบาลเดียวในประเทศไทยที่เชื่อว่าเรามี Protocol ที่ Standard ที่สามารถแสดงออกให้กับประชาชนได้แสดงออกให้กับสื่อได้ โดยเขียนออกมาเป็นร่าง คล้ายๆ กับรัฐธรรมนูญ แต่เขาจะทำหรือไม่เราก็ต้องเข้าไปตรวจเยี่ยม หลังจากนั้นเราต้องเตรียม Material หรือวัสดุอุปกรณ์ที่ต้องใช้เพื่อช่วยชีวิต และสุดท้ายที่สำคัญกว่านั้นคือ Machine เราจะต้องใส่เครื่องช่วยชีวิต ที่เขาเรียกว่ากู้ระบบไหลเวียนเลือด ซึ่งวันนี้ผมพูดไปสองตัวด้วยกันหลักๆ ตัวแรกเลยก็คือ IABP ย่อมาจากคำว่า Intra-Aortic Balloon Pump indications ก็แปลว่าจะต้องใส่บอลลูนไปพยุงหัวใจเพื่อเพิ่มเลือดไปเลี้ยงหัวใจ เลือดจะไปเลี้ยงหัวใจเพิ่มขึ้นในช่วงที่หัวใจคลายตัวอันนี้คือตัวที่หนึ่ง ตัวที่สองเราเรียกว่า Impella เป็นเครื่องที่ใส่เข้าไปในหัวใจเพื่อช่วยเอาเลือดออกจากหัวใจ เป็นเครื่องมือที่ใช้เอาเลือดออกจากหัวใจไปสู่ระบบไหลเวียนเลือด”
นอกจากนี้ ยังมีการบรรยายหัวข้อ “Big Data / AI (Digital Health & Nursing Transformation) โดยนายแพทย์ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ประธานคณะผู้บริหารโรงพยาบาล ในเครือบริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) กลุ่ม 6 พูดถึง AI โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการรู้จำเสียงพูด และระบบผู้ช่วยบันทึกอัจฉริยะ มีส่วนสำคัญในการ ลดภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์อย่างมีนัยสำคัญถึง 40 % เมื่อเทียบกับการบันทึกแบบเดิม ส่งผลให้คุณภาพชีวิตของพยาบาลดีขึ้น
อีกทั้ง การใช้ AI ถือเป็นการตอบโจทย์ Value-Based Healthcare ด้วยข้อมูลที่แม่นยำ ทำให้แพทย์และพยาบาลสามารถประเมินความเสี่ยงและดูแลผู้ป่วยได้รวดเร็วขึ้น
“ในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพเอง มองว่า หากสามารถใช้เทคโนโลยี เช่น AI เข้ามาช่วยทำงานให้ได้ทั้งสองอย่าง คือ ภาระที่ลดลง กับ ข้อมูลต่างๆ ให้มากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การดูแลคนไข้ เราต้องสัมภาษณ์และกรอกข้อมูลในระบบ เพื่อเก็บข้อมูลนั้นออกมาใช้ ปัจจุบันเราเลือกมีเทคโนโลยีตัวหนึ่งเข้ามา เพื่อที่จะมาช่วยบันทึกเสียงแพทย์และพยาบาลแล้วแปลงเป็นข้อมูลที่ถูกต้องทางการแพทย์ จัดเก็บในระบบได้ ซึ่งมีความชัดเจนว่าเราสามารถลดเวลาของการที่หมอพยาบาลต้องมานั่งหน้าคอมพิวเตอร์ได้ 40 กว่าเปอร์เซ็นต์"
นายแพทย์ก้องเกียรติ กล่าวต่อว่า ในอดีต เราต้องใช้เวลาเยอะมากครับในการที่จะไปดึงข้อมูลออกมา สร้างรายงาน มาวิเคราะห์พอ จนถึงปัจจุบันนี้ เครื่องมือที่เข้ามาช่วยเราโดยเฉพาะเรื่อง AI ทำให้เราเห็นข้อมูลเกือบจะทันเวลา หรือเรียกว่า RealTime ด้วย เพราะฉะนั้น คนไข้แต่ละคนที่เข้ามาจะถูกประเมินอย่างเป็นระบบ ข้อมูลที่ถูกประเมินระบบจะช่วยทํานายความเสี่ยงว่าเขาจะเกิดปัญหาอะไรที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาล ทําให้เราเข้าไปดูแลให้ได้อย่างรวดเร็ว ทันเวลามากขึ้น
ทั้งนี้ การประชุมวิชาการ จะจัดถึงวันพรุ่งนี้ (7 พฤศจิกายน) เป็นวันสุดท้าย ที่ ศูนย์ประชุม BDMS Connect Center