BDMS Academic Annual Meeting 2025 เจาะลึกแนวทางการรักษาภาวะขาดธาตุเหล็กและโรคธาลัสซีเมีย
เข้าสู่วันที่ 3 ของการประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025 บรรยากาศยังคงเต็มไปด้วยบุคลากรทางการแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ เจาะลึกแนวทางการรักษาภาวะขาดธาตุเหล็กในคุณแม่ตั้งครรภ์ และอัปเดตแนวทางการรักษาโรคธาลัสซีเมียยุคใหม่ ให้กับวงการแพทย์เฉพาะทางเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้
(5 พฤศจิกายน2568) สำหรับบรรยากาศวันที่ 3 ของการจัดประชุมวิชาการประจำปี BDMS Academic Annual Meeting 2025 โดยบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เพื่อร่วมขับเคลื่อนมาตรฐานทางการแพทย์ของไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 – 7 พฤศจิกายน 2568 ที่ ศูนย์ประชุม BDMS Connect Center ยังคงมีผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายวงการ และบุคลากรทางการแพทย์ มาร่วมแบ่งปันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญด้านสุขภาพ
โดยมีหัวข้อที่น่าสนใจเกี่ยวกับการรักษาและป้องกันการเกิดภาวะขาดธาตุเหล็กสำหรับผู้หญิงตั้งครรภ์ อย่างการบรรยายในหัวข้อ "Iron Deficiency: More Than Anemia : Iron Phamacology"
สำหรับการบรรยายในหัวข้อนี้ ได้รับเกียรติจาก รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์บุญศรี จันทร์รัชชกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญสาขาสูติศาสตร์-นรีเวชวิทยา และผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์มารดาและทารกในครรภ์ โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท มาร่วมให้ความรู้
รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์บุญศรี ระบุว่า การขาดธาตุเหล็กหากฟังดูแล้วเหมือนเป็นเรื่องเล็ก แต่ความจริงแล้วเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ เนื่องจากจะส่งผลกระทบให้ทารกในครรภ์มีปัญหาทางสมอง มีปัญหาด้านการเจริญเติบโต ส่งผลต่อภูมิคุ้มกัน การเดินและขยับตัวผิดปกติ ซึ่งทั้งหมดนี้หากผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ ไม่มีการเตรียมตัวป้องกันได้ทันท่วงที หรือได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจส่งผลกระทบกับทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ได้ในระยะยาว
การบรรยายในหัวข้อดังกล่าวยังได้รับเกียรติจาก เภสัชกร โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ร่วมแนะนำวิธีการใช้ยารักษา ข้อควรระวังของการให้ธาตุเหล็กเสริมในปริมาณที่เหมาะสม กับคนไข้ตั้งครรภ์ที่อยู่ในภาวะขาดธาตุเหล็กด้วย
"ในปัจจุบันนี้ ส่วนใหญ่สตรีตั้งครรภ์จะมีภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก ซึ่งผลเสียโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก จะมีผลกับสมอง ความจำ พัฒนาการ พัฒนาการทางด้านอารมณ์ ภูมิคุ้มกันที่ต่ำลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งพวกนี้เนี่ย หลังจากที่เด็กติดมาแล้วหลังจากขาดธาตุเหล็กเนี่ย การให้เหล็กหลังคลอดจะไม่ทำให้ความเสียหายตรงนั้นกลับคืนมาได้"
นอกจากนี้ รองศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์บุญศรี ยังได้ให้ความรู้ในหัวข้อ Advanced Expanding Non-Invasive Prenatal Testing (NIPT) 2025 หรือ การตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซม มีความก้าวหน้ามาก เพราะนอกจากการเจาะเลือดของแม่เพื่อตรวจหาความผิดปกติในดีเอ็นเอของลูกแล้ว ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถตรวจลึกลงไปถึงยีนส์ได้อย่างละเอียดและรวดเร็ว ซึ่งถ้าหากตรวจได้ก่อน ก็จะช่วยให้การรักษาและวินิจฉัยได้ก่อน ส่งผลดีทั้งกับแม่และทารกในครรภ์
ภายในงาน ยังมีการบรรยายอื่นๆที่น่าสนใจ เช่น หัวข้อ "Gene Therapy for Pediatric Thalassemia : A Curative Leap Forward" หรือ "การบำบัดด้วยยีนส์สำหรับโรคธาลัสซีเมียในเด็ก" โดยมี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์อุษณรัสมิ์ อนุรัฐพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล นำแนวทางใหม่ของการรักษาโรคดังกล่าว มาแลกเปลี่ยนภายในงาน อย่างการใช้เทคโนโลยีการบำบัดด้วยยีนส์ หรือ Gene Therapy เพื่อแก้ไขสาเหตุทางพันธุกรรมของโรคโดยตรง
โดยมีเป้าหมายคือการรักษาธาลัสซีเมียให้หายขาดอย่างถาวรมาร่วมเผยแพร่ภายในงาน เพื่อให้ได้เห็นถึงแนวทางการรักษาแบบใหม่ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่การรักษาโรคดังกล่าวให้หายขาด และเป็นความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย
นอกจากนี้แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้บรรยายหัวข้อ “ Mental Wellness: Restoring Mental Energy and Preventing Burnout” (สุขภาพจิต ฟื้นฟูพลังงานทางจิตใจและป้องกันภาวะหมดไฟ) ชี้ให้เห็นว่าภาวะหมดไฟ (Burnout) เกิดขึ้นได้ในทุกองค์กร โดยเฉพาะจากภาระงานหนัก ความไม่ชัดเจนของหน้าที่ การขาดการสนับสนุนจากหัวหน้า หรือความขัดแย้งในทีม ซึ่งหากไม่เข้าใจและจัดการอย่างเหมาะสม อาจกระทบต่อสุขภาพจิตและประสิทธิภาพในการทำงาน
การฟื้นฟูพลังทางจิตใจเริ่มต้นได้ด้วย “Growth Mindset” หรือ แนวคิดแบบเติบโต ซึ่งเชื่อว่าสมองของมนุษย์สามารถพัฒนาได้จากความพยายามและการฝึกฝน การมีแนวคิดนี้ช่วยให้บุคคลมองเห็นโอกาสจากความท้าทาย สนุกกับการเรียนรู้ และเพิ่มแรงจูงใจในการทำงาน ทั้งยังส่งเสริมให้ทีมและองค์กรสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัยทางจิตใจ
พร้อมยกตัวอย่างงานวิจัยที่แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับการปลูกฝังแนวคิดแบบเติบโต มีผลการเรียนรู้และความสำเร็จเพิ่มขึ้น พร้อมแนะนำให้ผู้นำองค์กรเรียนรู้พฤติกรรมการสื่อสารที่สนับสนุน ไม่ใช่ลงโทษในภาวะวิกฤติ เพื่อป้องกันความเสียใจจากการตัดสินใจด้วยอารมณ์
นอกจากนี้ ยังเสนอแนวทาง “สันทนาการเพื่อการบำบัด” (Recreational Therapy) เพื่อช่วยฟื้นฟูสมดุลทางจิตใจ เช่น การทำกิจกรรมกลางแจ้ง การเดินป่า ดำน้ำ ศิลปะ ดนตรี หรือการดูแลตนเองด้วยการทำสปาและการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ซึ่งล้วนช่วยเติมพลังใจและเสริมสุขภาวะจิตที่ดีในยุคที่ชีวิตและการทำงานเต็มไปด้วยความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของโลกสุขภาพและนวัตกรรมทางการแพทย์