ประเด็นการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ มีความเห็นจากนักวิชาการ อย่าง รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต นักวิชาการจาคณะพัฒนาสังคม และสิ่งแวดล้อม นิด้า ออกมาให้ความเห็นว่า ควรพูดคุยทุกประเด็นที่กลุ่มผู้ชุมนุมเสนอ เพราะหากละเว้นข้อเรียกร้องใดไว้ อาจถูกตั้งข้อเกตว่าไม่จริงใจในการแก้ไขปัญหา
เป็นความเห็น รศ.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อาจารย์ประจำคณะพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือนิด้า ที่ระบุถึงการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ว่า เป็นเรื่องที่ดีกว่าที่ไม่มีวงพูดคุย แม้ในอดีตจะไม่ประสบความสำเร็จมาก เพราะผู้มีอำนาจไม่นำไปปฎิบัติ และการตั้งคณะกรรมการครั้งนี้ควร พูดคุยกันในทุกประเด็น และหลายรูปแบบ เช่น พูดคุยวงปิดไม่มีสื่อมวลชน ระหว่าง ผู้ชุมนุมกับ อดีตนายกรัฐมนตรี ,ผู้ชุมนุมกับตัวแทนรัฐบาล
รศ.พิชาย ยังพูดถึงประเด็น 25 ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ร่วมลงชื่อกับ ส.ว.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญขัดกฎหมายหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อาจจะไม่รู้ว่า ส.ส.ในพรรค มีแนวทางตรงข้ามกับที่ตนเองได้เคยพูดไว้คือ ให้เร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่หาก พล.อ.ประยุทธ์ มีส่วนรู้เห็นกับ 25 ส.ส. ก็อาจจะถูกมองได้ว่ารัฐบาลเล่น 2 หน้า ยื้อเวลาแก้รัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นสิ่งที่อันตราย
รศ.พิชาย ยังวิเคราะห์ถึงการชุมนุมของกลุ่มราษฎรอีกว่า จะเดินหน้าชุมนุมอย่างตอ่เนื่องหากรัฐบาลยังไม่จริงใจรับฟังข้อเรียกร้อง ชนชั้นนำควรเปิดใจรับฟัง เพราะ ประเทศในยุโรปหลายประเทศเมื่อมีกระแสเรียกร้อง ชนชั้นนำก็จะรับฟัง และทำให้สังคมสงบเรียบร้อย แต่หากไม่รับฟังไม่ปรับตัว และพยายามกดไว้ จะทำให้เกิดการปะทะและแตกหัก
รศ.พิชาย ยังพูดถึงการเรียกร้องให้ผู้บัญชาการทหารบกรัฐประหารด้วยว่า เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย หากใครคิดทำรัฐประหารอาจจะล้มเหลว เพราะมีคนออกมาต่อต้านจำนวนมาก แต่ถ้าทำรัฐประหารสำเร็จ ประเทศจะได้รับผลกระทบจากนานาประเทศ โดยเฉพาะการขึ้นมาดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีคือ โจ ไบเดน เพราะให้ความสำคัญกับประชาธิปไตย
“พิภพ-ธิดา” แนะรัฐบาล หยิบฟืนออกจากกองไฟ ลดอำนาจ ส.ว.
"ส.ศิวรักษ์” แนะ “ประยุทธ์” ฟังคนรุ่นใหม่ลงจากอำนาจ เพื่อประเทศ