กรณีการพยายามสลายการชุมนุมของกลุ่มราษฎรระหว่างการมุ่งหน้าไปที่รัฐสภาเมื่อวานนี้ รวมถึงเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดจึงไม่มีเจ้าหน้าที่สักรายเข้าไประงับเหตุ ขณะที่นา รังสิมันต์ โรม ส.ส.จากพรรคก้าวไกล ตั้งข้อสังเกตว่า รัฐบาลจงใจปล่อยให้มีเหตุ เพื่อหวังประโยชน์หลังจากนั้นหรือไม่
นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวพีพีทีวีว่า กรณีเจ้าหน้าที่พยายามใช้น้ำผสมแก๊สน้ำตาฉีดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อป้องกันไม่ให้เข้าใกล้รัฐสภานั้น มองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ โดยไม่สนใจว่าผู้ชุมนุมที่ก่อนหน้าชุมนุมอย่างสันติมาตลอด ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ มีเพียงเหตุรุนแรงที่เริ่มจากฝ่ายเจ้าหน้าที่เท่านั้น
นายรังสิมันต์ ระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ยังหย่อนยาน ไม่ส่งกำลังไประงับเหตุและรักษาความปลอดภัย ป้องกันการการปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย โดยตั้งข้อสังเกตว่า การที่ไม่มีเจ้าหน้าที่เข้าไประงับเห เป็นการจงใจของใครบางคนหรือไม่ เพื่อที่ตอนท้ายสถานการณ์สุกงอม แล้วส่งหน่วยความมั่นคงเข้าไปทำตัวเป็นฮีโร่ เพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ตอนท้าย
แต่ความเห็นของนายรังสิมันต์ ดูเหมือนจะสวนทางกับนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ โดยนายไพบูลย์การที่ร่างของไอลอว์ไม่ผ่าน ไม่น่าจะทำให้บรรยากาศการชุมนุมรุนแรงขึ้น มีแต่จะเบาลง เพราะผู้ชุมนุมตั้งเป้าข้อเรียกร้องผิดๆมาตั้งแต่แรก
ส่วนเหตุปะทะระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย เมื่อวานนี้ นายไพบูลย์มองว่า ถ้าจะมีใครอยู่เบื้องหลังเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ก็มีแต่คนที่อยู่เบื้องหลังการชุมนุม เพราะเป็นประสงค์ของคนกลุ่มนั้นอยู่แล้วที่อยากให้เกิดการแตกหัก เพื่อดิสเครดิตรัฐบาล และดึงต่างชาติเข้ามาแทรกแทรงภายหลัง
นายไพบูลย์ ยังกล่าวถึงการดำเนินการควบคุมฝูงชนด้วยว่า เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย โดยใช้คำว่าเป็นการจัดการผู้ชุมนุมที่ละมุนละม่อมที่สุดในโลกที่เคยเห็นมา