“บิ๊กป้อม” ลั่น ห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้สนง.ทรัพย์สินฯ รัศมี 150 เมตร

โดย PPTV Online

เผยแพร่

พล.อ.ประวิตร ยืนยัน ห้ามผู้ชุมนุมเข้าใกล้สถานที่สำคัญรัศมี 150 เมตร และยอมรับหวั่นเกรงมือที่สามสร้างสถานการณ์ขึ้น

การนัดชุมนุม 25 พฤศจิกายนนี้ ทุกฝ่ายให้ความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นการชุนนุมใหญ่ครั้งแรก หลังนายกรัฐมนตรีออกแถลงการณ์ดำเนินคดีกับผู้ทำผิดตามกฎหมายทุกฉบับที่มีอยู่และยอมอีกไม่ได้แล้ว โดยคาดว่าผู้ชุมนุมอาจจะนัดรวมพลกันที่อนุสาวีรย์ประชาธิปไตย ก่อนเคลื่้อนขบวนไปสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ขณะที่ พล.อ.ประวิตรยืนยันห้ามเข้าใกล้รัศมี 150 เมตร และยอมรับหวั่นเกรงมือที่สามสร้างสถานการณ์ขึ้น

ดูจากผังจะเห็นว่า​จุดถนนที่จะมุ่งหน้ามาที่สำนักงานทรัพย์สิน​พระมหา​กษัตริย์​มีหลายเส้นทาง​ แต่ที่คาดการณ์​ว่าและจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มราษฎร​ที่ผ่านมา​ ส่วนใหญ่ใช้พื้นที่อนุสาวรีย์​ประชาธิปไตย ​เป็นจุดนัดรวมพลก่อนเคลื่อนขบวน​ และหากเป็นเช่นนี้​ เป็นไปได้ว่ากลุ่มราษฎร​จะใช้เส้นทางถนนประชาธิปไตย​ เพื่อมุ่งหน้ามาที่สำนักงานทรัพย์สิน​พระมหา​กษัตริย์

หากใช้เส้นทางนี้​ มีความเป็นได้สูงที่จะเผชิญหน้า​กับกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าคณะพลังแผ่นดินสยาม​ ที่นัดรวมพลอยู่บริเวณถนนลูกหลวง​หน้าวัดมกุฎกษัตริย์​ เลียบคลองผดุงกรุงเกษม​

แต่หากกรณีที่กลุ่มที่เรียกตัวเองว่าราษฎร​ เคลื่อนขบวนจากเส้นทางอื่น​ ก็มีโอกาสเผชิญหน้า​กับกลุ่มเสื้อเหลืองเช่นกัน​ เพราะตาม​ยุทธศาสตร์​ของกลุ่มนี้​ ย้ำว่า​ แม้จะรวมพลบนถนนลูกหลวง​ แต่พร้อมเคลื่อนไปตามจุดต่างๆ​ ได้ทุกเมื่อ​ มีการคาดว่าผู้ชุมนุมกลุ่มราษฎร อาจจะนัดรวมพลกันที่อนุสาวีรย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนินกลาง ก่อนจะเคลื่้อนขบวนไปตามถนนราชดำเนินนอก ก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าถนนพิษณุโลกด้านข้างกระทรวงศึกษาธิการตรงแยกสวนมิสกวัน ซึ่งคาดว่าจุดนี้ตำรวจจะจัดกำลังควบุคุมฝูงชนป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมเข้าไปใกล้สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ที่อยู่ห่างออกไปไม่มากนัก

"ประยุทธ์" ห่วงม็อบชนม็อบ ขอ "อาชีวะ" อย่าเคลื่อนไหว

และการเตรียมชุมนุมครั้งนี้ มีความเห็นของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ออกมาว่า ตามกฎหมายการชุมนุมในที่สาธารณะ ได้กำหนดข้อห้ามเข้าใกล้สถานที่สำคัญในรัศมี 150 เมตร โดยเจ้าหน้าที่พร้อมดูแลอย่างเต็มที่ ส่วนที่ผู้ชุมนุมบอกว่าจะมี บิ๊กเซอร์ไพรส์ พล.อ.ประวิตร บอกว่า ไม่ทราบ

ส่วนหากสถานการณ์บานปลายและจำเป็นต้องสลายการชุมนุม พล.อ.ประวิตร ย้ำว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกฎหมาย แต่ยอมรับว่าเป็นห่วงในเรื่องของมือที่ 3 ที่จะต้องระมัดระวัง

ส่วนท่าทีของนายกรัฐมนตรีวันนี้ เมื่อถูกถามการประเมินเป็นหมายการชุมนุมของกลุ่ม “ราษฎร” ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ต้องการเข้าใกล้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์มากที่สุด เป็นการบีบให้เจ้าหน้าที่รัฐใช้ความรุนแรงหรือไม่  นายกรัฐมนตรีตอบเพียงสั้นๆ ว่า ไม่ตอบคำถาม พร้อมระบุว่าให้สื่อกลับไปถามผู้ชุมนุมเอง

ด้าน พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมีผู้ชุมนุมมาร่วมการชุมนุมจำนวนมากน้อยเท่าใด แต่จะใช้กำลังดูแลความสงบเรียบร้อยไปตามสถานการณ์จริง ยึดหลักปฏิบัติตามกฎหมาย พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ และขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานขออนุญาตจัดการชุมนุมจากทั้ง 2 กลุ่ม

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า จะมีความรุนแรงหรือไม่ เพราะ 2 กลุ่มนัดชุมนุมใกล้กัน และเกรงว่าอาจเกิดเหตุการณ์ปะทะกันเหมือนเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกาย ซึ่งตำรวจยืนยันว่าความรุนแรงจะไม่เกิดจากตำรวจแน่นอน

ส่วนความคืบหน้าการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุว่า ดำเนินคดีไปแล้ว 107 คดี ส่งให้อัยการพิจารณาไปแล้ว 24 สำนวน และในสัปดาห์นี้จะส่งให้อัยการพิจารณาอีก 9 สำนวน ส่วนเรื่องการออกหมายเรียกหรือหมายจับ แกนนำและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อวันที่ 17 และ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมายังอยู่ในระหว่างการสืบสวนสอบสวน

ล่าสุดสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ได้ปักป้ายเขตพระราชฐานไว้แล้ว โดยเจ้าหน้าที่เร่งนำ​ลวดหนามหีบเพลง มาติดตั้งพื้นที่ด้านในรอบสำนักงาน โดยเฉพาะบริเวณประตูทางเข้าต่างๆ และนำโซ่มาคล้องที่ประตูทางเข้า เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ชุมนุมที่ประกาศเคลื่อนขบวนมายังสำนักงานทรัพย์สิน​พระ​มหา​กษัตริย์​ในวันที่ 25 พฤศจิกายน​นี้

หนีไปได้! ม็อบมีปืนวิ่งเข้าบ้านพักทหารถูกรวบ หนีขณะหิ้วส่งตำรวจ

จากการสอบถามประชาชนที่อยู่ใกล้เคียง เปิดเผยว่าลวดหนามหีบเพลงส่วนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง​ ได้นำมาติดตั้งรอบรั้วสำนักงานทรัพย์สิน​พระ​มหา​กษัตริย์​ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมนำแสลนสีดำมาติดตลอดแนวฝั่งคลองผดุงกรุงเกษมด้วยเช่นกัน

สำหรับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เดิมเป็นที่ตั้งของวังลดาวัลย์ ซึ่งคนบริเวณเรียกกันติดปากว่า "วังแดง" เพราะรั้งวัง ทาด้วยสีแดง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น เมื่อ 2449 เพื่อพระราชทานสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ ต้นราชสกุลยุคล เมื่อใกล้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ พร้อมพระราชทานนาม “วังลดาวัลย์” ตามพระนามเดิมของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นภูมินทรภักดี ผู้เป็นพระอัยกา หรือตาของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพรฯ

“วีระ” จับพิรุธ 4 ข้อ ชายเสื้อชมพู เล็งปืนใส่ม็อบเสื้อเหลือง

หลังสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพรฯ สิ้นพระชนม์ลงในวันที่ 2 เมษายน 2475 วังตกอยู่ในการดูแลของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมเขตรมงคล พระวรชาชา และถูกทอดทิ้งหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิถุนายน 2475 กระทั่งสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลญี่ปุ่นขอเช่าเป็นหอวัฒนธรรมญี่ปุ่น และเคยที่พำนักของกองกำลังทหารจากสหประชาชาติ กระทั่งช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 พ.ศ. 2488 สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในขณะนั้น ได้ขอซื้อวังลดาวัลย์จากพระทายาท เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นของต่างชาติ

สำหรับเขตพระราชฐาน ซึ่ง พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะห้ามจัดการชุมนุม เมื่อไปดูความในมาตรา 7 จะพบว่าห้ามจัดการชุมนุมในรัศมีหนึ่งร้อยห้าสิบเมตรจากพระบรมมหาราชวัง พระราชวัง วังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป พระราชนิเวศน์ พระตำหนัก หรือจากที่ซึ่งพระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท พระบรมวงศ์ ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ประทับหรือพำนัก หรือสถานที่พำนักของพระราชอาคันตุกะ

เอกสารลับมาก สั่งดิสเครดิตฝ่ายโจมตีรัฐบาล 'ฝ่ายความมั่นคง' รับสั่ง มท.สกัดระดมคนชุมนุมหวั่นม็อบชนม็อ...

 

 

 

 

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ