เมื่อวันที่ 24 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เส้นทางที่ใกล้ที่สุด คือ มุ่งหน้าถนนดินสอ ผ่านหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ไปทาง แยกวิสุทธิกษัตริย์ ผ่านด้านหลังกองบัญชาการกองทัพบก ผ่านครุสภา ไปถึงจุดหมาย เส้นทางนี้ ระยะทางรวมประมาณ 1.8 กิโลเมตร แต่ก็มีรายงานจากฝ่ายความมั่นคง ว่า ตำรวจจะกั้นพื้นที่ ตั้งแต่แยกวิสุทธิกษัตริย์
โดยอีกหนึ่งเส้นทางที่อาจเคลื่อนไปได้ คือ ใช้เส้นทางถนนสามเสน โดยอาจเลี้ยวซ้าย ที่ถนนพระสุเมรุ ผ่านหน้าวัดบวรนิเวศฯ / หรือ เลี้ยวซ้ายที่แยกวิสุทธิกษัตริย์ ตรงไปที่แยกบางขุนพรหม และ เลี้ยวเข้าถนนสามเสน ซึ่งหากไปเส้นทางนี้ จะต้องไปเลี้ยวทางตลาดเทเวศน์ เพื่อตรงไปที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ทั้งนี้อีกหนึ่งเส้นทางที่เคลื่อนไปได้ คือ ถนนราชดำเนิน มุ่งหน้าไปที่แยกจปร. ผ่านไปที่แยกมิสกวัน เพื่อเลี้ยวซ้ายไปหน้าสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ เส้นทางนี้ไกลสุด แต่พื้นที่กว้าง รวมถึงเป็นเส้นทางเชิงสัญลักษณ์ เพราะ เป็นการเคลื่อนขบวนบนถนนราชดำเนิน แต่ถ้าหากจับสัญญาณจากตำรวจ และ ฝ่ายความมั่นคง จะพบว่า ไม่ว่าจะเคลื่อนโดยเส้นทางใด ตำรวจก็จะสกัดไม่ให้กลุ่มราษฎรเข้าไปในใกล้สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์
ขณะที่อีกกลุ่มที่ประกาศจะไปสกัดกั้นการชุมนุมของกลุ่มราษฎร คือ กลุ่มที่เรียกตัวเองว่า กลุ่มพลังแผ่นดินสยาม ที่นัดรวมตัวกันตั้งแต่วันนี้ (24พ.ย.) โดยจะปักหลักที่วัดมกุฏกษัตริยาราม ซึ่งจุดที่ปักหลักอยู่ สามารถเคลื่อนขบวนไปได้สกัดกั้นไม่ให้กลุ่มราษฎรเคลื่อนขบวนได้ในทั้ง 3 เส้นทาง
นอกจากนี้ ยังมีอีกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ภาคีเครือข่ายปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่นัดรวมตัวกันที่หน้ารัฐสภา ซึ่งจากรัฐสภาก็สามารถใช้ถนนสามเสนเคลื่อนมาที่สำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ได้ ระยะทางไม่ห่างกันมากนัก
สำหรับสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ อยู่ในเขตพระราชฐาน ตามกฎหมายไม่สามารถจัดการชุมนุมได้ ในรัศมี 150 เมตร ถ้าประมาณคร่าว ๆ ในพื้นที่ หากกลุ่มผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนมาทางราชดำเนิน หากเลี้ยวมาถึง แยกวังแดง จะเข้าสู่รัศมี 150 เมตร หรือ หากเคลื่อนขบวนมาทาง สะพานวันชาติ ก่อนข้ามฝั่งมาที่ ครุสภา จะเข้าสู่รัศมี 150 เมตร ซึ่งจะเท่ากับว่า ผิดพ.ร.บ.การชุมนุม แต่ถึงแม้จะไม่เข้าสู่พื้นที่ดังกล่าว กลุ่มราษฎรก็เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.การชุมนุมอยู่แล้ว เพราะ ไม่ได้แจ้งจัดการชุมนุม