เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การชุมนุมหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ ของกลุ่มราษฎร ล่าสุดมีการปราศรัยบนเวที นำโดยแกนนำแกนนำ อย่างนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน นางสาวปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง ที่เพิ่งเดินทางมาถึง
โดบแกนนำที่เดินทางมาถึงสถานที่ชุมนุม แล้ว มีนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน ที่วันนี้มาในชุดเป็ดเหลือง และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ทั้ง2 คนให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ย้ำถแนวทางของขบวนการในวันนี้ว่า การเปลี่ยนสถานที่จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ มาที่สำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ โดยนายภาณุพงศ์ ย้ำว่านอกจากมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปะทะแล้ว การมาที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ได้ผิดไปจากเป้าหมายของการเรียกร้อง และการชุมนุมวันนี้ เป็นยกแรก ในยกลองเชิง ส่วนบิ๊กเซอร์ไพรส์จะประกาศบนเวทีในคำคืนนี้
นายพริษฐ์ ระบุว่า กรณีการดำเนินคดีในความผิดมาตรา 112 กับแกนนำผู้ชุมนุมนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อขบวนการเคลื่อนไหวของการชุมนุม แต่จะส่งผลให้ผู้ชุมนุมออกมามากขึ้น
ขณะที่ตำรวจประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง ว่าการชุมนุมวันนี้ ผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ จึงขอให้ผู้ชุมนุมเลิกชุมนุม 15.25 น. ทำให้ผู้ชุมนุมตะโกนด่าทอ ส่วนกำลังตำรวจ ได้ตั้งแนวรอบ ๆ ธนาคารไทยพาณิชย์ ทั้งตำรวจควบคุมฝูงชน และตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมนำแผงเหล็กกั้น กำหนดเขตการชุมนุมพร้อมติดกระดาษมีข้อความว่า ไม่ใช่เขตพระราชฐาน
ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนาเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจดูการจัดวางกำลังเพื่อดูแลความสงบเรียบร้อย เปิดเผยว่า ตำรวจได้จัดวางกำลังควบคุมฝูงชนพร้อมตำรวจจราจร มารักษาความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกในด้านการจราจรให้กับประชาชนบริเวณด้านหน้า ธนาคารไทยพาณิชย์สำนักงานใหญ่ แต่ขอให้ประชาชนที่จะใช้เส้นทางบริเวณใกล้เคียงทั้งถนนพหลโยธิน และถนนรัชดาภิเษกขาออก วางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทาง และยอมรับว่า เป็นห่วงเรื่องการจราจร แม้การชุมนุมเป็นสิทธิของผู้ชุมนุม แต่ก็ต้องไม่กระทบสิทธิของผู้อื่น และการจะปิดถนนหรือไม่ปิด ขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้ชุมนุมเป็นหลักด้วย และอยากให้มีการชุมนุมกันบนฟุตบาท ไม่อยากให้ลงไปปิดถนน โดยหลักการของตำรวจจะบังคับใช้กฎหมายตามที่ให้อำนาจไว้ ขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย ยืนยันว่าขณะนี้กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่แจ้งการชุมนุม
ส่วนจะมีการใช้เครื่องขยายเสียงควบคุมฝูงชน หรือ แอลลาร์จ หรือไม่นั้น พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า จะเน้นการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะผู้รักษากฎหมายและบังคับใช้กฎหมายไม่ได้มาเพื่อควบคุมฝูงชน ดังนั้นเครื่องมือ และอุปกรณ์ในการควบคุมฝูงชนต่างๆก็จะใช้ตามขั้นตอนปกติ และไม่สามารถตอบได้ว่าจะใช้เมื่อไร
ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะนี้มีมากกว่า 170 คดี ทั้งในพื้นที่กรุงเทพและต่างจังหวัด ส่วนจะเป็นคดีในกฎหมายมาตราใดเป็นเรื่องในสำนวนของพนักงานสอบสวนในการพิจารณา ซึ่งเป็นไปตามข้อเท็จจริง