นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นเสนอให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ ประธานในที่ประชุม ตรวจสอบองค์ประชุมใหม่ด้วยวิธีการขานชื่อ แทนการเสียบบัตร เนื่องจากมองว่าผลการลงคะแนนเสียง ไม่สอดคล้องกับจำนวนผู้ร่วมประชุม หลังญัตตินายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่้อไทย ถูกตีตก และให้ดำเนินการประชุมไปตามวาระเดิม
การลงมติพบว่ามีผู้ลงมติ 348 คน เห็นด้วย 126 คน ไม่เห็นด้วย 219 คน งดออกเสียง 2 คน ไม่ลงคะแนน 1 คน โดย ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลส่วนใหญ่มองว่าควรประชุมตามวาระเดิม เพราะมีญัตติที่ค้างจากเมื่อวานจำนวนมาก แต่ฝ่ายขอให้นับคะแนนใหม่ด้วยวิธีการขานชื่อ
และระหว่างการเสนอนับองค์ประชุม นายศุภชัย พยามอธิบายขั้นตอนการลงคะแนนเสียง ทำให้ นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นประท้วงว่าประธานไม่มีสิทธิพูด ต้องทำตาม ผู้เสนอญัตติ ต้องเป็นกลาง ทำให้นายศุภชัยชี้แจงว่าไม่เป็นกลางตรงไหน และขอให้นายพิเชษฐ์ถอนคำพูด โดยใช้คำว่า "อยากให้พึงสังวรณ์ไว้ว่าอะไรควรพูดหรือไม่ควรพูด"
ท้ายสุดนายศุภชัยให้เจ้าหน้าที่สภาฯนับองค์ประชุมใหม่ด้วยวิธีการขานชื่อตามลำดับ ขณะเดียวกัน ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้านได้เดินออกจากห้องประชุม โดยผลการนับองค์ประชุม พบว่ามี ส.ส. แสดงตนจำนวน 255 คน จากสมาชิกทั้งหมด 487 คน ครบองค์ประชุม
ขณะที่ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้นายศุภชัย เปิดเผยรายชื่อผู้ที่ไม่มาร่วมประชุมวันนี้ รวมถึงผู้ที่มาร่วมประชุมแต่ไม่ขานขื่อ โดยอ้างว่าเพื่อให้ประชาชนทราบว่า ส.ส. ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนว่าจะเป็นปากเสียงให้ เพื่อให้รู้ว่าควรไม่ควรเลือกใครเข้ามาในสภา
ขณะที่ นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ชี้แจงสาเหตุที่ฝ่ายค้านไม่ขานชื่อ เพราะมองว่าฝ่ายรัฐบาลครองเสียงข้างมากในสภาฯ และ ส.ส.ฝ่ายค้านมาประชุมเกือบกันทุกคน