นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวในรายการ “เป็นเรื่องเป็นข่าว” กรณีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร 2563 ว่า การชุมนุมเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตนเองก็เคยร่วมชุมนุมทางการเมืองเช่นกัน แต่ปัญหาการชุมนุมในครั้งนี้อยู่ที่ประเด็นที่เรียกร้องชนิดไม่ดูตาม้าตาเรือ ไม่เห็นหัวอกหัวใจของประชาชนทั้งประเทศเลย เรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันแล้วจะไปเจรจากันได้อย่างไร
“1.ให้นายกฯลาออกเพื่อจะไปทำลายคนที่เขาปกป้องสถาบัน 2.แก้รัฐธรรมนูญ เพื่อต้องการไปแก้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน 3. ปฏิรูปสถาบันก็คือเป้าหมายสำคัญ เขาก็บอกว่าตัด1,2 ออกเหลือ 3 ก็ได้ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญไม่ได้อยู่ที่การชุมนุม มันอยู่ที่ประเด็นออกมาชุมนุม ถ้าท่านไม่ออกมาชุมนุม แต่ไปพูดเรื่องสถาบันผมก็ไม่เห็นด้วยกับท่าน อย่าอ้างเรื่องการชุมนุมเป็นสิทธิ ท่านมีสิทธิไปชุมนุมแต่ท่านไม่มีสิทธิไปปฏิรูปสถาบัน เพราะมันผิดกฎหมาย และจารีตประเพนี ทำลายความรู้สึกของประชาชนทั้งประเทศ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ” นายไพบูลย์ กล่าว
รัฐบาลก็ต้องทำหน้าที่ และทำให้ไม่ได้เรื่องที่ขอ และไม่ได้เป็นความผิดของรัฐบาล แต่เป็นความผิดของผู้ชุมนุม ส่วนเรียกร้องให้นายกฯลาออก จึงอยากถามว่าทำไมนายกฯต้องลาออก ถ้าคน 8 ล้าน4แสนคนที่เลือกพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ ลาออกผมเห็นว่าเป็นความชอบธรรม แต่คนที่ออกมาเรียกร้องไม่กี่หมื่นคน และ เป็นคนที่ไม่เลือกพล.อ.ประยุทธ์ อยู่แล้วทำไมถึงต้องทำตาม เขาไม่มีสิทธิที่จะมาเรียกร้องให้นายกฯลาออก ถ้าอยากให้ลาออกต้องให้ฝ่ายค้านยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ถ้าเสียงในรัฐสภาเพียงพอ พล.อ.ประยุทธ์ ก็พ้นจากตำแหน่ง หรือไม่ก็รอให้ครบวาระอีกไม่กี่ปี สหรัฐฯประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เวลาเลือกประธานาธิบดีเข้ามาตอนแรกเขาไม่พอใจ โดนัล ทรัมป์ แต่ทำไมเขาต้องรอให้ทรัมป์ อยู่ครบ 4 ปี แล้วประเทศไทย เป็นประเทศอะไร วาระ 4 ปี อยู่ได้แค่ปีเดียวก็ไม่พอใจแล้ว
ด้าน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การเรียกร้องให้นายกฯลาออกเป็นสิทธิอันชอบธรรมที่ประชาชนสามารถเรียกร้องได้ไม่ได้ผิดกฎหมาย มีที่ไหนบ้างที่เรียกร้องให้นายกฯลาออกกลับถูกคุกคาม และ ประชาชนก็สามารถอธิบายว่าทำไมนายกฯคนถึงต้องลาออก เพราะเขาเห็นว่ามีปัญหา ทั้ง ความเหลือมล้ำ ความไม่เป็นธรรม ความไม่เสมอภาค และ ปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้าอยู่ในขณะนี้ ประชาชนจึงมีสิทธิเรียกร้อง เพราะประชาชนเป็นผู้ได้รับผลกระทบ
ส่วนการปฏิรูปสถาบัน สังเกตุได้หรือไม่ว่า เราไม่มีพื้นที่ปลอดภัยพูดคุยกันในเรื่องนี้ ตนเองยังไม่ได้บอกว่าจะปฏิรูปหรือไม่ปฏิรูป หรือจะปฏิรูปไปในทิศทางใด แต่เมื่อเรามีประเด็นความเห็นที่แตกต่างกัน รัฐต้องทำพื้นที่ปลอดภัยให้ได้คุยกันเพื่อลดความหวาดระแวง และ ใช้วุฒิภาวะในการพูดคุย
“วันนี้สังเกตุหรือไม่ว่า ทำไมไม่ให้คนที่นำเสนอการปฏิรูปมาเสนอเนื้อหา เราเห็นแต่หัวข้อ คนที่ค้านก็เลยไม่มีเนื้อหาที่จะค้าน จึงบอกว่าปฏิรูปคือการล้มล้าง แล้วคนอื่นๆที่อยากเสนอให้มีการปฏิรูปอีกแนวทางหนึ่ง ที่แตกต่างจากผู้ชุมนุมเขาก็ไม่มีเวที ผมอยากให้มีเวทีพูดถึงเรื่องนี้อย่างสมเหตุสมผล มีวุฒิภาวะให้เกียรติกับความเห็นที่แตกต่างกัน และ เชื่อว่าน่าจะเป็นทางออก”
ส่วนรัฐบาลบอกว่าได้พยายามพูดคุย แต่ผู้ชุมนุมไม่ยอมคุยถ้านายกฯไม่ลาออก จะมีแนวทางแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร นายวิโรจน์ กล่าวว่า ถ้าตนเองเป็นนายกฯก็จะคุย แม้ว่าผู้ชุมนุมไม่อยากคุยด้วยก็ตาม คำว่านายกฯเป็นของคนบางกลุ่มหรือเป็นของประชาชนทุกคน