“ชัยวัฒน์” ชี้ สังคมไทย เผชิญความขัดแย้งระหว่างวัย แนะ เข้าใจคนรุ่นใหม่

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ชัยวัฒน์” แนะ ตั้งคกก.สมานฉันท์ เรื่องความไว้วางใจสำคัญที่สุด ชี้ รัฐต้องไม่หลอกตัวเองแก้ปัญหาความขัดแย้ง  

รายการเป็นเรื่องเป็นข่าว ทาง PPTV HD36 ถกปัญหาทางออกการเมืองไทย กับอาจารย์ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

โดยอ.ชัยวัฒน์ กล่าวถึงการฝ่าวิกฤตการเมืองไทย ว่า ตอนนี้เราเผชิญความขัดแย้งระหว่างวัย ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่ไม่เคยชัดแบบนี้มาก่อน คนรุ่นใหม่ซึ่งอยู่ในโลกอีกชนิดนึง วันนี้ตนอายุ 60 กว่าปี ในบางลักษณะคนรุ่นใหม่เขาแก่กว่าเรา เราแก่กว่าเขาทางกายภาพ เขาแก่กว่าเราทางดิจิตอล มีชีวิตอยู่ในโลกออนไลน์นานกว่าตนมาก ยกตัวอย่างการอ่านหนังสือ จำนวน ทวิต เฟซบุ๊ก อินสตราแกรม ที่เขาอ่านเยอะมาก แต่ตนไม่ได้สนใจ ตนยังอยู่โลกหนังสืออยู่เลย

ส่วนการที่คนรุ่นใหม่ออกมาเคลื่อนไหว ซึ่งเราไม่เคยคิดจะเกิดมาก่อนและเรียกร้องในสิ่งที่มากกว่านั้น อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่าไม่ได้หมายถึงว่าเขาไม่ได้ไม่มีความรู้ แต่มีข้อมูลและความรู้มาจากหลายที่ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ แต่ผมเตือนมาหลายปีก่อนหน้า จะต้องเข้าใจความเปลี่ยนแปลง นี่คืออนาคต เรื่องยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จึงตลกมากเลยในสายตาคนรุ่นใหม่

ทั้งนี้เหตุผลหนึ่งคือความเข้าใจโลก เราพูดถึงความรู้ ภาษาที่ต่างกัน แนวคิดเรื่องเวลา เทคโยโลยี ที่ใช้อยู่ เรื่องเวลา เวลาเขาเป็นเวลาที่เร็วมาก รัฐบาลมาพร้อมกับแผน แผนนี้ดีนะ 20 ปี หน่วยงานรัฐต้องทำตามนะ แต่คนรุ่นพวกนี้ ตอนนี้อายุ 19 อีก 20 ปี 39 ปี จะทำอย่างไร มาถึงมาสร้างอนาคต 20 ปีให้เขา คุณอยู่ที่ไหน คุณไม่เห็นความเร็วของความเปลี่ยนแปลงนี้เลย

อ.ชัยวัฒน์ กล่าวถึงความขัดแย้งในสังคมว่า รัฐต้องเห็นความเป็นจริงของสังคมไทยก่อน การจัดการกับความขัดแย้ง การอยู่กับความขัดแย้ง หรือการที่จะก้าวข้ามความขัดแย้ง มันทำไม่ได้โดยหลอกตัวเอง ปัญหาคือเวลานี้ รัฐกำลังหลอกตัวเองหรือไม่ ในปัญหาต่างๆที่เผชิญอยู่ อันนี้อันตราย การไม่หลอกตัวเองคือ ต้องยอมรับหรือไม่ว่าคนรุ่นใหม่ เขาเปลี่ยนไปและคนทั่วไปต้องเข้าใจความขัดแย้ง

ส่วนแนวคิดการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์นั้น อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ปัญหาที่น่าสนใจ คือ ตนเคยเป็นกรรมการสมานฉันท์ แก้ปัญหาใต้ กรรมการทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีอำนาจทำอะไร มีหน้าที่ในการศึกษา ประมวลหาความรู้ หาข้อเสนอแนะ เท่านั้น  ในความขัดแย้งมีจังหวะก้าวของมัน ซึ่งไม่เหมือนกัน บางจังหวะก้าวเป็นการหาวิธีป้องกันความขัดแย้ง ไม่ให้ไปสู่กลายเป็นความรุนแรง เครื่องมือแต่ละช่วงเวลาต้องแตกต่างกัน จังหวะหนึ่ง เป็นป้องกันความขัดแย้งไม่เป็นความรุนแรง เราอยู่ตรงนี้ เมื่อเกิดแล้ว หลังจากมันเกิดแล้ว จึงเป็นเวลาของสมานฉันท์ ขณะนี้ทางทฤษฎียังไม่ถึง ตรงนั้นคือซ่อมแซม ฟื้นฟูความสัมพันธ์ของคนที่แตกสลายไปแล้ว ที่เกิดความรุนแรงที่เกิดขึ้นก่อนหน้า

อ.ชัยวัฒน์ กล่าวว่า ตอนนี้เราอยู่ในจังหวะเวลาที่มีความขัดแย้งระหว่างกันสูง สังคมไทยที่เปลี่ยนไปอีกด้านหนึ่ง ช่วงวัยเป็นปัจจัยหนึ่ง สภาพสังคมไทย แบ่งแยกแบ่งขั้วชัดเจน ยกตัวอย่างสมัยปี 53 คนเสื้อแดงถูกปราบราม ตอนนั้นตั้งคกก.สมานฉันท์มาชุดหนึ่ง ถึงวันนี้ยังจัดการไม่ได้ จัดการความทรงจำไม่ได้ ความขัดแย้งรอบนี้ สะสมมา พอหยิบความทรงจำเรื่องนี้มา แต่เขาไม่ถือว่าเป็นทายาทเรื่อง แต่เป็นภาพของคณะราษฎรมากกว่า

ทั้งนี้ถ้าเราคิดถึงคนรุ่นใหม่ สิ่งที่น่าสนใจ ชวนให้คนที่เขาเห็นว่าเป็นคู่ขัดแย้ง มองเห็นประเด็นที่เขานำเสนอ คู่ขัดแย้งคือ รัฐ การเปลี่ยนแปลงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่กำลังจะเกิด แต่เรื่องการตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ ก็ต้องให้เครดิสกับรัฐ เพราะรัฐก็คงไม่ยากให้เกิดความรุนแรง แต่ความเปลี่ยนแปลงในสังคมเขาไม่ได้รอ ข้อเรียกร้องในสภาก็ไม่เอา สะท้อนคนในสังคมไทยแตกขั้วแบ่งข้างจริงๆ

“ปัญหาสำคัญใหญ่ที่สุดคือ ความไว้วางใจ ที่คู่ขัดแย้งจะมีต่อกรรมการแบบนี้ ขึ้นอยู่กับกระบวนที่จะหามา แต่ต้องระวังเรื่องความคาดหวัง เพราะไม่ได้ก่อสิ่งที่เราต้องการซะทีเดียว และการเปลี่ยนคำถามจะชวนให้พาสังคมไปรอดได้ ถ้ายึดแต่เครื่องหมายตกใจ จะติดอยู่ในกับดักของความขัดแย้งแบบเดิมๆ ปัญหาของเราตอนนี้เราควรมีผู้นำแบบไหนที่จะพาเราก้าวข้ามขัดแย้งไปได้” อ.ชัยวัฒน์ กล่าว     

 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ