เมื่อเวลา 23.47 น. วันที 2 มิ.ย. 2564 ที่ประชุมรัฐสภา มีมติ 269 ต่อ 201 งดออกเสียง 2 รับหลักการร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 พร้อมตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 72 คน หนึ่งในนั้นมี น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่ถูกศาลสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ ส.ส. ชั่วคราว กลับมานั่งเป็นกรรมาธิการ โดยมีเวลาแปรญัตติ 30 วัน และนัดประชุมนัดแรกวันที่ 4 มิ.ย.
โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณที่ประชุมที่ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอ ยืนยันว่าการจัดทำเป็นไปอย่างรอบคอบ คำนึงถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 และเพื่อประโยชน์ของประชาชน ส่วนคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2565 จะดี หรือ ฟุบก็ต้องดูเศรษฐกิจโลก และปรับแก้สถานการณ์ในช่วงเวลานั้นอีกครั้ง จากนั้น นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ปิดการประชุมในเวลา 00.03 น.
ขณะที่การอภิปรายสรุปของพรรคฝ่ายค้าน นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ยืนยันฝ่ายค้านไม่รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีกลับไปทำใหม่ให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน และเห็นว่ายังมีเวลา และไม่น่าวิตก เพราะตามกฎหมายหากยังไม่มี พ.ร.บ.งบประมาณฉบับใหม่ ให้กลับไปใช้งบประมาณปีที่แล้วไปพลางก่อนได้ แต่คิดว่าถึงรัฐบาลจะกลับไปทำใหม่แล้ว ก็ยังไม่มั่นใจการบริหารว่าจะทำให้ประเทศไปรอด ดังนั้นทางออกที่ดีคือการเปลี่ยนหัวหน้ารัฐบาลเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ พล.อ.ปราะยุทธ์ พร้อมระบุด้วยว่า "เปลี่ยนผู้นำวันนี้ คือการช่วยชาติ"
นายสุทิน ยังระบุด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยยอมรับผิด เรื่องสร้างหนี่สาธารณะสูงถึง 5 ล้านล้านบาท และยังไปพาดพิงว่าไปใช้หนี้จำนำข้าว 5 แสนล้านบาท ซึ่งหากเทียบกันยังน้อยกว่าหนี้ที่เกิดขึ้นในรัฐบาลนี้ และ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยโทษตัวเอง กลับโยนผิดให้คนอื่น เหมือนดั่งคำสุภาษิตว่า "คนดีชอบแก้ไข คนอะไรชอบแก้ตัว"
"ยุทธพงศ์" ชำแหละงบกลาโหม 65 แนะ "อนุทิน" ถ้าเข้าไม่รัก "ป๋าพงษ์" รออยู่
พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่าได้ฟังนายสุทิน มาตอลด 1 ชั่วโมงครึ่ง และไม่ได้โกรธเคืองอะไร และการที่พาดพิงโครงการจำนำข้าว เพราะมีการพาดพิงถึงตนเอง พร้อมย้ำว่าโครงการนี้มีการทุจริต และชี้มูลโดย ป.ป.ช. มีคนทำผิด และหนีคดี ซึ่งตนก็ไม่อยากพูดอะไรมาก