เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2564 ที่ศาลอาญาคดีทุจริตแลประพฤติมิชอบกลาง นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล พิธีกรรายการโทรทัศน์ นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความ นายเจตุบัญชา อำรุงจิตชัย รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย นำรายชื่อประชาชน 700,000 รายชื่อ เป็นโจทก์ร่วม มายื่นฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตประพฤติมิชอบกลาง เพื่อฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวหาบริหารงานผิดพลาดในการแก้ปัญหาสถานการณ์โควิด -19 ในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 และมาตรา 165
นายณวัตน์ กล่าวว่า กรณีนี้ทำให้ตนและนางงามรวมถึงพนักงานในบริษัทเสียสิทธิประโยชน์ นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลความปลอดภัยของประชาชนแต่กลับไม่ได้ดูแลประชาชนให้ได้รับสิทธิประโยชน์ ทำให้ชีวิตส่วนตัวเปลี่ยนไป ตนต้องออกจากวงการซึ่งขณะนี้ตนได้ลาออกจากการเป็นพิธีกรที่รายได้หลักล้านต่อเดือน และลาออกจากวงการบันเทิงที่อยู่มา 25 ปี ซึ่งตนได้ยื่นฟ้องในคดีอาญาแล้วแต่ในเรื่องฟ้องเรียกค่าเสียหายนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการปรึกษากับนักกฎหมาย
นายนรินท์พงศ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมกับกับพรรคไทยสร้างไทยนำ 7 แสนรายชื่อที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารงานของรัฐบาลและพลเอกประยุทธ์ ในช่วงสถานการณ์โควิดมายื่นฟ้องต่อศาล โดยปฏิเสธว่าการยื่นฟ้องครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับแนวคิดเรื่องพ.ร.ก.นิรโทษกรรมให้บุคลากรทางการแพทย์ในการรักษาผู้ป่วยโควิด -19
ทั้งนี้ในวันที่ 30 ส.ค.นี้ เวลา 9.00 น.ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง จะพิจารณารับหรือไม่รับฟ้องหรือไม่ต่อไป
เปิดประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 165 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ปฏิบัติการให้เป็นไป ตามกฎหมายหรือคำสั่งซึ่ง ได้สั่งเพื่อบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมาย ป้องกันหรือขัดขวางมิให้การเป็นไปตามกฎหมายหรือ คำสั่งนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1ปีหรือปรับไม่เกิน 2,000 บาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ