ทำให้ นายณรงค์ศักดิ์ ที่แม้ว่าจะเกิดเติบโต มีภูมิลำเนาอยู่ที่กรุงเทพมหานครมาก่อน แต่เมื่อไม่ได้มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดิมเป็นเวลาติดต่อกัน 1 ปี ก็จะเจอปัญหาข้อนี้
ประเด็นนี้มีการสอบถามกับ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯก่อนที่ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์จะให้สัมภาษณ์และเปิดเผยว่า ทะเบียนบ้านของตัวเองอยู่จังหวัดปทุมธานี โดยนายวิษณุ ตอบเพียงว่า"จำรายละเอียดไม่ได้"แต่ยืนยันว่าว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯได้ย้ำกับที่ประชุม ครม.ว่า การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. จะเกิดขึ้นไม่เกินกลางปี 65 นี้แน่นอน
และคุณสมบัติอีกข้อ ที่คาดว่า เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทำให้ ผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ ต้องทบทวนอย่างมาก คือ "คุณลักษณะต้องห้าม" ที่ไม่ให้ "ข้าราชการที่มีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ" ลงสมัครรับเลือกตั้ง ซึ่งหากผู้ว่าฯณรงค์ศักดิ์ จะมาลงสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องลาออก และขาดจากตำแหน่งเดิม และเมื่อสิ้นสุดการเลือกตั้ง อาจไม่สามารถกลับเข้ารับราชการในตำแหน่งสุดท้ายคือ "ผู้ว่าราชการจังหวัด"
โดยก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น หลังทราบข่าว นายณรงค์ศักดิ์ ปฏิเสธลงเป็นแคนดิเดตชองผู้ว่าฯ กทม. ให้กับพรรคพลังประชารัฐ โดยให้กลับไปถามเหตุผลจากนายณรงค์ศักดิ์ เอาเอง ส่วนจะเลือกพิจารณาบุคคลอื่น หรือเลือก พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบันลงแทนหรือไม่ ขอคุยในที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้ ให้ตกผลึกก่อน
โดยหลังประชุมกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์อีกครั้ง โดยยอมรับว่า นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการปทุมธานี ขาดคุณสมบัติ ที่จะลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
ส่วนจะหาใครลงแทนนั้น ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้พิจารณาเฟ้นหา
ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. คนปัจจุบัน ที่ถูกคาดการณ์ว่าเป็นตัวเลือกต่อไปของ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ เจ้าตัวก็ออกมาตอบย้ำตามเดิมว่า "ยังไม่ตัดสินใจ"
ส่วนจะลงในนามพรรคพลังประชารัฐ หรือในนามอิสระ พล.ต.อ. อัศวิน ก็คงย้ำคำตอบเดิมว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจว่า จะลง หรือไม่ลง